Midnight Sun / Twilight Saga / 9. Port Angeles

78

Category : Midnight Sun

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation  by  ppompam

/

 Port Angeles

.

 

แสงแดดยังแรง ฟ้ายังสว่างจ้า ดวงอาทิตย์ยังไม่มีทีท่าจะคล้อยต่ำ ตอนที่ผมไปถึง พอร์ท แองเจลลิส   ถึงแม้ว่ากระจกรถของผมจะติดฟิล์มกรองแสงสีเข้มมากก็ตาม แต่ผมก็ไม่ควรเสี่ยงทำอะไรโดยไม่จำเป็น  จริงๆแล้วผมควรพูดว่า ไม่ควรจะเสี่ยงโดยไม่จำเป็นให้มากไปกว่านี้

ผมแน่ใจว่า ผมสามารถหาความคิดของเจสสิก้าได้ในระยะไกล  — ความคิดของเจสสิก้าดังชัดเจนกว่าความคิดของแองเจล่า แต่เมื่อผมหาความคิดแรกเจอแล้ว  ก็ไม่ยากที่จะได้ยินความคิดถัดไป  และเมื่อ แดดร่มมากกว่านี้ ผมก็จะเข้าใกล้พวกเธอได้มากขึ้น     แต่ในตอนนี้ ผมจอดรถอยู่ริมถนนนอกเมืองที่ไม่ค่อยมีรถผ่านไปมามากนัก  และข้างทางก็มีแต่ต้นไม้ที่ขึ้นจนรกทึบเต็มไปหมด

ผมรู้ว่าจะพวกเธอเจอได้ที่ไหน   สาวๆจะหาซื้อชุดได้จากศูนย์การค้า ที่มีเพียงแห่งเดียวใน พอร์ท แองเจลลิส   ผมใช้เวลาไม่นาน ก็หาความคิดของเจสสิก้าเจอ  เธอกำลังหมุนตัวอยู่หน้ากระจกสามบาน   ผมมองเห็นเบลล่าได้จากภาพในความคิดของเจสสิก้าซึ่งเธอไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับมัน เบลล่ากำลังให้ความเห็นถึงชุดราตรียาวสีดำที่เจสสิก้าสวมอยู่

ท่าทางเบลล่าอารมณ์เสียอยู่เลย    อะฮ้า   แองเจลาพูดถูก…..  ไทเลอร์คิดเข้าข้างตัวเอง แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะหงุดหงิดมากมายขนาดนี้ อย่างน้อยเธอก็มีคู่เดทสำรองไว้สำหรับงานพรอมแล้วแน่ๆ    แล้วถ้าไมค์เกิดไม่สนุกกับงานเต้นรำนี่ขึ้นมา  แล้วก็ไม่ชวนฉันอีกล่ะ   แล้วถ้าเกิดเขาไปชวนเบลล่าไปงานพรอมแทนฉันล่ะ    นี่ถ้าฉันไม่บอกกับเธอก่อน   เธอจะชวนไมค์ ไปงานเต้นรำมั้ยนะ …… เขาคิดว่าเบลล่าสวยกว่าฉันหรือไง    หรือตัวเธอเองก็คิดว่าเธอสวยกว่าฉัน ???

“ฉันชอบชุดสีน้ำเงินมากกว่านะ  มันช่วยขับสีตาของเธอให้เด่นขึ้นน่ะ”

เจสสิก้าเสแสร้งส่งยิ้มให้เบลล่า แต่สายตากลับมองเธอด้วยความสงสัย

เธอคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ   หรือว่าเธออยากเห็นเราเป็นยายอ้วนในงานวันเสาร์กันแน่

ผมทนฟังเจสสิก้าต่อไปไม่ไหวแล้ว ก็เลยค้นหาความคิดของแองจล่า ซึ่งอยู่ใกล้ๆแถวนั้น  แต่เธอกำลังลองเสื้อผ้าอยู่ ผมรีบออกจากความคิดของเธอ เพื่อให้เธอได้เป็นส่วนตัว

.

.

More Under The Cut

.

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga / 8. Ghost.

64

Category : Midnight Sun

/

/

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation  by  ppompam

/

Ghost

.

ตลอดระยะเวลาสองวันนี้ ฟอร์คส์อากาศอบอุ่นและสดใสด้วยแสงแดด    และผมไม่ค่อยได้เจอกับแขกของแจสเปอร์สักเท่าไหร่  ที่ผมกลับบ้านมานี่ก็เพราะไม่อยากให้เอสเม่เป็นห่วงเท่านั้นเอง  ไม่เช่นนั้นแล้ว ตัวผมก็จะดูเหมือนเป็นวิญญาณที่ล่องลอยมากกว่าจะเป็นแวมไพร์    ผมได้แต่รีๆรอๆหลบอยู่ตามเงามืด ในที่ที่ผมสามารถตามผู้หญิงที่ผมหลงรักจนหมดหัวใจคนนี้ได้ตลอดเวลา  ในที่ที่ผมมองเห็นและได้ยินเสียงของเธอผ่านความคิดของมนุษย์ผู้โชคดี ที่สามารถเดินเคียงข้างเธอได้ท่ามกลางแสงแดด   แล้วก็มีบ้างบางครั้งที่  มือของเธอจะสะบัดไปโดนกัน แต่เธอก็ไม่ได้มีท่าทางรู้สึกผิดแปลกอะไร   ก็เพราะพวกเขาตัวอุ่นหมือนๆกันหมด

ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่า การไม่ได้ไปโรงเรียน จะเป็นการทดสอบตัวเองที่ยากเย็นอย่างนี้  แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีความสุขกับแสงแดดที่อบอุ่น ผมเองก็ไม่ได้ขุ่นเคืองใจกับมันสักเท่าไหร่ เพราะผมยินดีกับทุกสิ่งที่ทำให้เบลล่าพอใจอยู่แล้ว

เช้าวันจันทร์ – ผมแอบฟังการสนทนาที่ทำให้ผมแทบจะสูญเสียความมั่นใจไปเลยทีเดียว

และทำให้ผมยิ่งทรมาณมากขึ้นด้วยที่ต้องอยู่ห่างจากเบลล่าแบบนี้  แม้ว่าผลสุดท้ายแล้วมันค่อนข้างจะทำให้วันนี้เป็นวันที่ดีอีกวันของผมก็ตาม

ผมรู้สึกนับถือ ไมค์ นิวตัน นิดหน่อย ที่เขาไม่ยอมแพ้กันง่ายๆแล้วหลบไปเยียวยารักษาแผลใจ เขากล้ามากกว่าที่ผมให้เครดิตเขาไว้  แล้ววันนี้เขาก็กำลังจะลองดูอีกครั้ง

วันนี้เบลล่ามาถึงโรงเรียนเช้ากว่าทุกวัน ดูหมือนเธอจะตั้งใจรับแสงแดดไปอย่างนี้จนกว่าลำแสงสุดท้ายจะหมดลง  เธอนั่งรอเวลาเข้าเรียนอยู่บนม้านั่งยาวที่แทบจะไม่มีคนนั่ง  ผมของเธอยามต้องแสงแดดในบางมุม มองดูเป็นสีแดงในแบบที่ผมเองก็นึกไม่ถึง

ไมค์เดินหาเธอจนเจอ กระหยิ่มยิ้มย่องในความโชคดีของเขา กับความหวังลมๆแล้งๆ มันช่างทรมาณจริงๆที่ผมต้องหลบแดดอยู่ที่ชายป่านี้  ทำได้แค่มองดูเธอเท่านั้น ทำอะไรอย่างอื่นใดไม่ได้เลย

.

/

More Under The Cut

.

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga / 7. Melody

39

Category : Midnight Sun

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation  by  ppompam

/

.

 Melody

.

.

ชั่วโมงสุดท้ายยังไม่เลิก เมื่อผมกลับมาถึงโรงเรียน  ผมก็เลยนั่งรอพวกพี่น้องอยู่ในรถ ซึ่งก็ดีแล้วล่ะ เพราะผมอยากอยู่เงียบๆคนเดียว .. ในหัวมีเรื่องให้คิดเยอะแยะมากมาย .. ผมปิดกระจกรถทุกด้าน ตั้งใจให้กลิ่นของเบลล่าที่ยังหอมลอยอ้อยอิ่งอยู่ในรถนั้นถาโถมเล่นงานผม  เผื่อว่าผมจะได้คุ้นเคยชาชินกับความแสบร้อนที่เผาผลาญอยู่ในคอ

ความเสน่หา … คือความรู้สึกอันเป็นปริศนาที่จะต้องใคร่ควรวญ  มีหลายแง่มุมที่ต้องตริตรอง มีความหมายที่หลากหลายแล้วแต่เราจะคิด  แตกต่างจาก ความรัก แต่ก็ถูกหล่อหลอมไว้ด้วยกันจนแยกไม่ออก

ไม่รู้ว่าตัวผมจะมีเสน่ห์ดึงดูดใจเบลล่าให้ชอบผมได้บ้างหรือเปล่า  (ความคิดของเธอ และจะเงียบแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ  ทำให้ผมหงุดหงิดมากขึ้น มากขึ้น จนบ้าตายไปเลยหรือเปล่า? หรือว่าท้ายที่สุดก็จะมีขีดจำกัดของความเงียบ ?)

ผมลองสังเกตกริยาอาการที่เธอตอบสนองมาเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ อย่างมิสซิสโคปป์ และ เจสสิก้า สแตนลีย์   แต่การเปรียบเทียบนั้นก็ยังหาบทสรุปไม่ได้  ทุกคนมีอาการเดียวกัน คือ หัวใจเต้นเร็วขึ้น และ หายใจกระชั้นมากขึ้น ซึ่งอ่านได้ง่ายมากๆ ถ้าไม่ใช่เพราะความกลัว ก็คงเป็นความตกใจหรือไม่ก็เป็นความวิตกทุกข์ร้อน แต่ดูไปแล้วผมไม่คิดว่าเบลล่าจะคิดถึงผมในแบบเดียวกันกับที่เจสสิก้าคิด  ยิ่งไปกว่านั้น เธอเคยสัมผัสโดนตัวที่เย็นเยียบของผมจนเธอดึงมือกลับแทบไม่ทันมาแล้ว  เบลล่ารู้ดีว่าตัวผมนั้นต้องมีอะไรสักอย่างที่ผิดแปลกออกไป แม้เธอจะยังไม่รู้แน่ว่ามันคืออะไรก็ตาม

ยังมีอีก… ผมยังจำจินตนาการที่น่ารังเกียจของเจสสิก้าได้ดี  แต่ถ้าเปลี่ยนให้เบลล่าคิดถึงผมแบบนั้นบ้างล่ะ …. ผมหายใจถี่ขึ้น  ไฟกำลังลามเลียอยู่ในคอของผม … จะเป็นอย่างไรถ้าเบลล่าจะจินตนาการถึงอ้อมแขนของผมที่กอดร่างอันบอบบางของเธอไว้ .. เธอจะรู้สึกอย่างไรเมื่อผมกระชับร่างของเธอไว้แนบอก และเชยคางเธอขึ้นมา ปัดผมหนานุ่มของเธอออกจากใบหน้าที่แดงระเรื่อเพราะความเอียงอาย แล้วใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามรอยหยักของริมฝีปากอันอวบอิ่ม ผมค่อยๆก้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอ  ใกล้จนผมรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของเธอที่สัมผัสกับปากของผม

ค่อยๆใกล้มากขึ้น มากขึ้น…

แล้วผมก็สะดุ้งตื่นจากฝันกลางวัน เพราะผมตระหนักดีว่า  ถ้าผมเข้าใกล้เธอแล้วอะไรจะเกิดขึ้น เหมือนเมื่อครั้งที่เจสสิก้าคิดถึงผมแบบนี้

.

.

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga / 6. Blood Type.

30

Category : Midnight Sun

,

 

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation by ppompam

.

.

Blood Type

.

.

ผมคอยตามดูเบลล่าตลอดทั้งวัน ผ่านความคิดของคนโน้นทีคนนื้ที  จนแทบจะไม่ได้สนใจความเป็นไปรอบๆตัวผมเองเลย แต่ผมจะไม่มองผ่านสายตาของไมค์ นิวตันเป็นอันขาด  เพราะผมทนไม่ได้กับความเพ้อฝันฟุ้งซ่านที่น่ารังเกียจของเขา แล้วก็ยังมีเจสสิก้า สแตนลีย์อีกคน ความไม่พอใจที่เธอมีต่อเบลล่านั้น เริ่มทำให้ผมเริ่มโกรธเธอบ้างเหมือนกัน และนั่นจะทำให้ชีวิตของเด็กผู้หญิงที่จิตใจคับแคบคนนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่ง    แองเจลา เวเบอร์  เธอคือตัวเลือกที่ดีเยี่ยม เมื่อสายตาเธออยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นเบลล่าได้  ทำให้ผมรู้ว่าเธอเป็นคนดี อ่อนโยน.. ผมรู้สึกสบายใจที่จะมองผ่านความคิดของเธอ และบางครั้งผมก็มองผ่านความคิดพวกอาจารย์ซึ่งนำมุมมองที่ดีๆมาให้ผม

ผมแปลกใจเอามากๆ ที่เห็นเบลล่าเดินสะดุดโน่น ชนนี่ได้ทั้งวัน  รอยแตกของทางเดินบ้างล่ะ หนังสือที่ตกอยู่บนพื้นก็สะดุด และที่บ่อยที่สุดก็เห็นจะเป็นสะดุดเท้าตัวเธอเองนั่นแหละ   ความคิดของคนอื่นๆที่ผมไปแอบได้ยินมาเค้ามองว่าเบลล่าน่ะ ซุ่มซ่าม

 ผมยิ่งมองยิ่งคิดๆดูแล้วก็เห็นว่าใช่จริงๆด้วย  หลายๆครั้งที่ดูเหมือนเธอจะมีปัญหาในการทรงตัวให้ยืนตรงๆ  ผมยังจำภาพวันแรกที่เธอสะดุดจนเกือบล้มใส่โต๊ะได้ชัดเจน แล้วก็ตอนที่เธอลื่นพื้นน้ำแข็งก่อนจะเกิดอุบัติเหตุ  และเมื่อวานนี้ที่เธอสะดุดขอบประตูห้องเรียนอีกล่ะ …..แปลกมากๆ   พวกเขาคิดถูกแล้วล่ะ เธอน่ะจอมซุ่มซ่าม

ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงทำให้ผมขำได้ขนาดนี้  ผมหัวเราะเสียงดัง ขณะที่เดินจากห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์อเมริกาไปยังห้องเรียนภาษาอังกฤษ จนคนแถวนั้นหันมามองผมอย่างหวั่นๆ  ทำไมผมไม่เคยสังเกตเห็นเรื่องนี้มาก่อนนะ  บางทีอาจเพราะว่าเธอดูสวยสง่าเวลาที่อยู่นิ่งๆหรือกริยาที่เธอตั้งศีรษะตรงและ ส่วนโค้งของลำคอของเธอ  —  

แต่ตอนนี้เธอไม่สง่างามเอาเสียเลย อาจารย์แวร์เนอร์หันมามองพอดีกับที่ปลายรองเท้าบู๊ท ของเธอ สะดุดพรมล้มลงไปบนเก้าอี้ … เธอทำให้ผมหัวเราะอีกแล้ว

.

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga : 5. Invitations.

27

Category : Midnight Sun

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation  by ppompam

.

Invitations

 .

 .

โรงเรียนมัธยมปลาย  ไม่ได้เป็นสถานที่ชำระบาปสำหรับคนตายอีกต่อไปแล้ว  แต่ที่นี่คือนรกอย่างแท้จริง  ความทรมาณ และ เปลวไฟที่แผดเผา ..ใช่แล้วล่ะ  ทั้งสองอย่างนี้คือสิ่งที่ผมกำลังเผชิญ

ในตอนนี้ ทุกๆการกระทำของผมจะต้องไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว และจะต้องถูกต้องทุกรายละเอียด  จะไม่ให้ใครมาว่าเอาได้ว่าผมกำลังหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ

ผมยังอยู่ที่ฟอร์คส์ เพื่อความสบายใจของเอสเม่ และเพื่อปกป้องคนอื่นๆ  ชีวิตผมกลับเข้าสู่ตารางเวลาเดิมๆ  ผมออกล่าเหมือนกับทุกคนในครอบครัว   ทุกๆวันผมก็ไปโรงเรียน แสดงบทบาทของมนุษย์   ทุกๆวันผมจะคอยฟังเรื่องราวใหม่ๆของครอบครัวคัลเลน ด้วยความระแวดระวัง .. ซึ่งไม่เคยมีอะไรใหม่ๆเลย  เด็กผู้หญิงคนนั้นไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องที่เธอสงสัยเลยแม้แต่คำเดียว  เธอได้แต่เล่าเรื่องเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก .. ผมยืนอยู่ข้างๆเธอนั่นล่ะ แล้วก็ดึงตัวเธอออกมา … จนกระทั่งพวกอยากรู้อยากเห็นที่เข้ามาถามเธอเบื่อกันไปเอง  และเลิกอยากรู้อยากเห็น ถามหารายละเอียดเพิ่มเติมกันเสียที  ..  ไม่มีอันตรายใดๆเกิดขึ้น  การกระทำที่รีบร้อนผลีผลามของผมไม่ได้ทำร้ายใครๆเลย … ไม่ทำร้ายใครเลย นอกจากตัวผมเอง

ผมตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคต  ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำเรื่องสำคัญนี้ด้วยตัวเอง แต่ผมไม่มีทางเลือกอื่นที่ผมจะสามารถดำเนินชีวิตไปด้วยกันได้เลย อลิซบอกว่าผมไม่เข้มแข็งพอที่จะอยู่ห่างจากเบลล่า ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคิดผิด 

ผมคิดว่า วันแรกจะเป็นวันที่ยากที่สุด และแน่ใจว่าเมื่อหมดวันทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี  แต่ผมคาดการณ์ผิดผมรู้ตัวเองดีว่าได้ทำร้ายจิตใจเธอ  และทำร้ายใจผมเองด้วย  ผมได้แต่ปลอบตัวเองว่าจริงๆแล้ว ความเจ็บปวดของเธอนั้นเล็กน้อยเหมือนโดนเข็มตำ  ทิ้งไว้แค่รอยเข็มเล็กๆเท่านั้นเอง เมื่อเทียบกับรอยแผลของผม  เบลล่าเป็นมนุษย์ และเธอก็รู้ว่าผมเป็นอย่างอื่นที่แตกต่าง คืออย่างอื่นที่ผิดแปลกออกไป  เป็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว  เธอน่าจะรู้สึกโล่งใจมากกว่า จะเป็นทุกข์เมื่อผมไม่สนใจ ไม่หันไปมองเธอ ทำเสแสร้งว่าเธอไม่มีตัวตน

“สวัสดี  เอ็ดเวิร์ด” เธอเอ่ยทักทายผมในวันแรกที่เรากลับมาไปเรียนวิชาชีวะด้วยกัน เสียงของเธอฟังดูร่าเริงแจ่มใส  แสดงความเป็นมิตร  ต่างจากครั้งสุดท้ายที่ผมพูดกับเธอ ประมาณร้อยแปดสิบองศา หน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

ทำไม ? การเปลี่ยนไปของเธอหมายความว่ายังไง ?  เธอจำอะไรไม่ได้หรือไงกัน ?  ตกลงว่าเธอคิดสรุปเรื่องราวทั้งหมดเอาเองใช่มั้ย ?  แล้วจะเป็นไปได้ไหมว่าเธอไม่โกรธที่ผมไม่ทำตามสัญญา ?

.

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga : 4. Vision.

21

Category : Midnight Sun

 

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation by ppompam

.

.

Vision

.

.

ผมทำถูกต้องแล้วที่กลับไปที่โรงเรียน เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ควรทำที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต  ท้ายที่สุดแล้วนักเรียนเกือบทั้งหมดก็ต้องกลับเข้าห้องเรียน ยกเว้น ไทเลอร์ กับเบลล่า แล้วก็นักเรียนอีกสองสามคนที่ฉวยโอกาสจากอุบัติเหตุยุ่งๆนี้  โดดเรียนเสียเลย

จริงๆ แล้วก็ไม่น่ายากกับการทำในสิ่งที่ถูกต้อง  แต่กลับกลายป็นว่า ตลอดทั้งบ่าย ผมต้องนั่งกัดฟันสู้กับแรงกระตุ้นที่เร่งร้าให้ผมโดดเรียนเสียให้ได้ .. เพื่อจะไปหาเธออีกครั้ง เป็นเหมือนพวกคอยตามติดดาราคนดังที่จิตใจหมกมุ่นไม่คิดอะไรอื่นๆอีกแล้ว แล้วก็เป็นแวมไพร์ที่จิตใจหมกมุ่นเอามากๆเสียด้วย

คงมีอะไรสักอย่าง ที่ทำให้บรรยากาศในโรงเรียนวันนี้ช่างน่าเบื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ ดูเหมือนจะแย่กว่าสัปดาห์ที่แล้วเสียอีก  น่าเบื่อเข้าขั้นโคม่าเลยทีเดียว  ราวกับว่าสีสันของสรรพสิ่งทั้งหลายได้หายไปหมด ทั้งก้อนอิฐ ต้นไม้ ท้องฟ้า และทุกๆใบหน้ารอบๆตัวผม ทุกอย่างช่างจืดชืดไร้สีสัน … ผมได้แต่นั่งจ้องรอยแตกที่ผนัง .. ยังมีอีกอย่างที่ผมควรทำ แต่ผมไม่ได้ทำ  แน่นอนว่ามันก็ไม่ถูกต้องนักหรอก แต่ขึ้นอยู่กับว่าเรามองจากมุมไหน  ถ้าเป็นมุมมองของพวกคัลเลน ไม่ใช่แค่มุมมองของแวมไพร์นะ  แต่เป็นทัศนะของใครก็ได้ในครอบครัวคัลเลน ที่หาได้ยากยิ่งในโลกของเรา  สิ่งที่ถูกต้องซึ่งพวกเราจะทำก็คงเป็น ประมาณนี้  :

อาจารย์นึกว่าจะไม่เจอเธอในห้องเรียนเสียอีก  เอ็ดเวิร์ด ,  ได้ยินว่าเธออยู่ในอุบัติเหตุที่น่ากลัวเมื่อเช้านี้ด้วย

ใช่ครับ อาจารย์แบนเนอร์  แต่ว่าผมโชคดีน่ะครับ ผมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

ผมไม่ได้รับบาดเจ็บเลยครับ ผมหวังจะได้พูดถึงเบลล่ากับไทเลอร์แบบนี้เหมือนกันนะครับ

พวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง ?

ผมคิดว่าไทเลอร์คงจะไม่เป็นไร เขาแค่โดนเศษกระจกกันลมบาดเป็นแผลที่หน้าน่ะครับ  แต่สำหรับเบลล่า ผมเองก็ไม่แน่ใจ ผมทำเป็นขมวดคิ้วกังวล  สมองเธออาจกระทบกระเทือนน่ะครับ ผมได้ยินมาว่าเธอไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยสักเท่าไหร่ เธอเห็นภาพต่างๆขึ้นมาเองในหัวด้วยครับ ผมทราบมาว่าพวกหมอเค้าก็กำลังกังวลกันอยู่

เรื่องราวที่ถูกต้องควรจะเป็นเช่นนี้   นั่นคือสิ่งที่ผมติดค้างกับทุกคนในครอบครัว

“อาจารย์นึกว่าจะไม่เจอเธอในห้องเรียนเสียอีก  เอ็ดเวิร์ด , ได้ยินว่าเธออยู่ในอุบัติเหตุที่น่ากลัวเมื่อเช้านี้ด้วย”

“ผมไม่เป็นไรครับ ” ผมตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

เขายืนถ่ายน้ำหนักจากขาทั้งสองข้างสลับไปสลับมา รู้สึกได้เลยว่าเขากำลังอึดอัด

“เธอรู้ไหมว่า ไทเลอร์ โครวลีย์ กับเบลล่า สวอนเป็นอย่างไรบ้าง? ได้ยินมาว่ามีคนได้รับบาดเจ็บ …..”

ผมยักไหล่ “ผมยังไม่ทราบเลยครับ”

อาจารย์แบนเนอร์ กระแอม  “เอ่อ ใช่สินะ”  เขาบอก สายตาที่เย็นชาของผมทำให้เสียงของเขาตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย เขารีบเดินกลับไปที่หน้าชั้นเรียน และเริ่มต้นสอนอย่างรวดเร็ว

. Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga : 3. Phenomenon.

24

Category : Midnight Sun

.

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation by ppompam

.

.

Phenomenon

.

  .

อันที่จริงแล้ว  ผมไม่ได้รู้สึกกระหายเลย แต่ผมตัดสินใจออกล่าอีกครั้งในคืนนั้น  แต่ป้องกันไว้ก่อน แม้ผมจะรู้ว่ามันช่วยได้แค่เล็กน้อยก็ตาม ผมออกล่ากับคาร์ไลส์ เราสองคนไม่ได้ออกล่าด้วยกันเลยตั้งแต่ผมกลับมาจากเดนาลี  ขณะที่เราวิ่งผ่านป่าที่มืดมิด ผมได้ยินเขาคิดถึงเรื่องการกล่าวคำอำลาอย่างรีบร้อนเมื่อสัปดาห์ก่อน

ในความทรงจำของคาร์ไลล์ ผมเห็นภาพของตัวเองที่กำลังปวดร้าวและสิ้นหวัง ผมรู้สึกถึงความรู้สึกแปลกใจและความห่วงกังวลที่เกิดขึ้นในทันทีที่เขาเห็นหน้าผม

“เอ็ดเวิร์ด?”

“ผมต้องไปแล้ว คาร์ไลล์ ต้องไปเดี๋ยวนี้ ”

“เกิดอะไรขึ้น?”

“ยัง.. ยังไม่มีอะไร แต่มันจะต้องเกิดขึ้นแน่ๆถ้าผมยังอยู่ที่นี่ ”

เขาเอื้อมมือมาจะจับแขนผมไว้   ผมรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหนเมื่อผมถอยห่างออกมาจากมือของเขา

“ฉันไม่เข้าใจ ”

“คุณเคยไหม….เคยไหมเวลาที่….”

ผมมองเห็นตัวเองกำลังสูดลมหายใจเข้าเต็มที่  มองเห็นบางสิ่งที่ยากจะควบคุมได้ผ่านความกังวลในแววตา

“เคยเจอมั้ย .. ใครสักคนที่มีกลิ่นหอมเหลือเกินสำหรับคุณ หอมกว่าใครๆทั้งหมด?  หอมกว่ามากๆ? ”

“โอว..”

เมื่อผมรู้ว่าเขาเข้าใจในสิ่งที่ผมถาม สีหน้าผมบ่งบอกถึงความละอายใจ เขาเอื้อมมือออกมาแตะตัวผม ไม่ใส่ใจที่ผมเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง   มือเขาจับไหล่ผมไว้

“ไม่ว่าทำอะไรตามเธอจะต้องอดทนกับมันให้ได้นะลูก ฉันจะคิดถึงเธอ เอ้านี่ ..เอารถฉันไป มันเร็วกว่าเยอะ”

ในตอนนี้เขากำลังสงสัยว่าสิ่งที่เขาทำนั้นมันถูกต้องหรือเปล่า ที่ส่งผมไปแบบนั้น และมันเป็นการทำร้ายจิตใจผมหรือเปล่า ที่เขาขาดความเชื่อใจในตัวผมแบบนั้น

“ไม่เลยครับ”  ผมกระซิบบอกเขาขณะที่ยังวิ่งอยู่ “นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ ผมอาจทรยศต่อความไว้วางใจนั่นได้ง่ายๆ ถ้าคุณบอกให้ผมอยู่ต่อ ”

“ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องทุกข์ใจนะ เอ็ดเวิร์ด  แต่สิ่งที่เธอควรทำคือทำอะไรก็ได้ที่จะให้เด็กสวอน มีชีวิตอยู่ต่อไป แม้ว่าเธอจะต้องทิ้งพวกเราไปอีกครั้งก็ตาม”

“ผมรู้ครับ ผมรู้”

“แล้วทำไมเธอถึงกลับมาล่ะ?  เธอรู้มั้ยว่าฉันดีใจมากแค่ไหนที่เธออยู่ที่นี่ ตรงนี้แต่ถ้ามันหนักหนาเกินไปละก็…..”

“ผมเกลียดที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนขี้ขลาด” ผมยอมรับ

.

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga : 2. Open Book.

22

Category : Midnight Sun

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation by ppompam

.

.

Open Book


.

ผมเอนหลังพิงกับกองหิมะ  ปล่อยให้มันเปลี่ยนรูปทรงไปตามน้ำหนักรอบๆ ตัวผม ร่างกายของผมเย็นพอๆกับอากาศหนาวเหน็บในตอนนี้ เกล็ดหิมะโปรยปรายมาให้ความรู้สึกเหมือนสัมผัสของผ้ากำมะหยี่ .. ท้องฟ้าใสกระจ่าง ดวงดาวแพรวพราวระยับ ส่องประกายสีฟ้าบ้าง เหลืองบ้าง ดวงดาวสรรสร้างให้ท้องฟ้าสีดำดูยิ่งใหญ่และงดงาม ถ้าจะว่าไปมันก็งดงามอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ … ถ้าผมจะสามารถเห็นความงามนั้นได้จริงๆ

หกวันที่ผ่านไป ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย หกวันที่ผมมาหลบอยู่ในป่ากว้างกับพวก เดนาลี แต่ผมไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองได้เข้าใกล้ความเป็นอิสระมากไปกว่าที่เคยเป็น ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมได้กลิ่นของเธอ

เมื่อผมมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่พราวแสงดาว ก็เหมือนกับว่ามีอะไรมาขวางกั้นระหว่างผมกับความงดงามนั้น  เป็นเพียงใบหน้าของมนุษย์แสนจะธรรมดาที่มากางกั้นไว้ แต่ดูเหมือนผมจะไม่สามารถลบสิ่งธรรมดาๆนี้ออกจากใจได้เลย ..

ผมได้ยินเสียงความคิดที่ใกล้เข้ามาก่อนที่จะได้ยินเสียงฝีเท้าของเจ้าของเสียง การเคลื่อนไหวนั้นเสียงดังคล้ายคำกระซิบแผ่วบนผิวหิมะ แค่นั้นเอง

ผมไม่แปลกใจเลยที่ ธัญญา ตามผมมาที่นี่ เพราะเธอครุ่นคิดมาตลอดสองสามวันนี้ว่าจะพูดกับผมอย่างไรดี เธอผลัดวันมาเรื่อยจนเธอแน่ใจว่าเธอต้องการจะพูดอะไร .. เธอพลิ้วตัวเข้ามาระยะสายตาผมไกลออกไปประมาณ หกสิบหลา แล้วกระโดดมายืนบนปลายก้อนหินสีดำที่ยื่นออกมา ทรงตัวไว้ด้วยเท้าเปล่า .. ผิวของธัญญาเป็นสีเงินยวงภายใต้แสงดาว เธอมีผมเป็นยาวเป็นลอน สีบลอนด์จางเกือบชมพู แต้มด้วยสีของสตรอเบอรี่ ตาสีอำพันมีประกายวิบวับเหมือนจะแอบมองผมที่ถูกฝังครึ่งตัวอยู่ใต้หิมะ แล้วริมฝีปากอิ่มของเธอจึงแย้มยิ้ม

ความงดงามที่เจิดจรัส ถ้าผมสามารถมองเห็นเป็นเช่นนั้นได้นะ……

ผมถอนหายใจ

เธอก้มตัวลงบนปลายแหลมของก้อนหิน นิ้วมือเธอแตะก้อนหิน ม้วนตัวลงมา

ลูกกระสุนปืนใหญ่  … เธอคิดพลางเธอส่งตัวเองขึ้นไปในอากาศ เงาของเธอในความมืดดูเหมือนเธอหมุนต้วอย่างสง่างามในอากาศกั้นระหว่างผมกับดวงดาว แล้วเธอก็ม้วนตัวพุ่งเข้าชนกองหิมะข้างตัวผม พายุหิมะกระจายท่วมตัวผม มองไม่เห็นแล้วดวงดาว ..  ผมถูกกลบด้วยหิมะที่เบาและนุ่มดั่งขนนก

ผมถอนหายใจอีกหน แล้วก็นอนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น การอยู่กับความมืดใต้หิมะ ไม่ได้ทำลายหรือทำให้สิ่งที่ผมมองดูอยู่สวยงามขึ้นเลย เพราะผมยังคงเห็นเป็นใบหน้าเดิม

“ เอ็ดเวิร์ด”

จากนั้นหิมะก็ปลิวกระจายไปทั่วอีกครั้ง ธัญญากำลังขุดผมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอปัดเกล็ดหิมะออกจากใบหน้าที่นิ่งเป็นรูปปั้นของผม ไม่สบตา

“ขอโทษนะ” เธอพึมพำ “ฉันล้อคุณเล่นน่ะ”

“ผมรู้ .. ก็สนุกดี” … เธอเม้มปาก “ไอรีน่า กับ เคท บอกฉันว่าควรให้คุณอยู่ตามลำพัง พวกเธอคิดว่าฉันจะมา

กวนใจคุณ”

“ไม่ได้เป็นอย่างนั้นหรอก ” ผมบอกให้เธอสบายใจ  “ตรงกันข้ามเลย ผมเองที่ทำตัวเสียมารยาท ไม่สุภาพเอาเสียเลย ต้องขอโทษด้วยจริงๆ”

คุณกำลังจะกลับบ้านแล้ว ใช่ไหม? เธอคิด

“ผม .. ยังไม่ได้….ตัดสินใจเลย”

แต่คุณก็จะไม่อยู่ที่นี่  … ความคิดเธอมีความโหยหาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ น่าเศร้าจริงๆ

“ใช่ ดูเหมือนมันไม่ดีขึ้นเลยน่ะ”  เธอทำหน้าตาบูดบึ้ง “เป็นเพราะฉันใช่ไหมคะ?”

“ไม่ใช่อยู่แล้วล่ะ” ผมโกหกเสียงราบเรียบ … อย่าเป็นสุภาพบุรุษนักเลย เธอค้านในใจ .. ผมยิ้ม

ฉันคงทำให้คุณอึดอัดใจ เธอกล่าวหาตัวเอง

“ปล่าวเลย” ผมบอก .. เธอเลิกคิ้วขึ้นหนึ่งข้าง สีหน้าของเธอบอกว่าเธอไม่เชื่อคำพูดผม จนผมต้องหัวเราะออกมา แค่ประเดี๋ยวเดียว แล้วถอนหายใจ

“ก็ได้” ผมยอมรับ “ก็แค่นิดหน่อยน่ะ”

เธอถอนหายใจด้วยอีกคน แล้วเอามือเท้าคาง บ่งบอกว่าเธอผิดหวัง

“ธัญญา คุณน่ารักกว่าดวงดาวทั้งหลายเป็นพันเท่า คุณก็รู้อยู่แล้ว อย่าให้ความดื้อดึงของผมไปลดทอนความมั่นใจของคุณเลย” ผมหัวเราะอยู่ในคอ เพราะเธอคงทำตามที่ผมพูดไม่ได้แน่นอน

“ฉันไม่คุ้นกับการถูกปฏิเสธน่ะ” เธอพูดเหมือนบ่น ทำปากยื่นไม่พอใจ แต่ก็ยังดูสวยน่ามอง

“นั่นไม่ต้องสงสัยอยู่แล้ว”  ผมเห็นด้วย ผมพยายามที่จะกันความคิดเรื่องรักๆใคร่ๆ อันเปรียบเป็นชัยชนะของเธอนับพันๆ เรื่องผ่านความทรงจำของเธอ ให้ออกไปจากหัวผม  โดยมากแล้ว ธัญญาโปรดปรานมนุษย์ผู้ชาย เพราะพวกเขามีความนุ่มนวล และ ร่างกายที่อบอุ่น ถือเป็นข้อได้เปรียบ ส่วนเรื่อง ความปรารถนา นั้น .. ไม่ต้องถาม

“ปีศาจสาวกระหายรัก” ผมแหย่เธอ เพื่อจะแทรกขัดจังหวะภาพความหวังที่ริบหรี่ในความคิดของเธอ

เธอยิ้มยิงฟัน ก่อนบอกว่า  “ตัวจริง เสียงจริง ต้นฉบับของแท้ เลยล่ะ”

ธัญญา และ น้องสาวอีกสองคน ค่อยๆค้นพบความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและวิถีชีวิตที่พวกเขาที่ต้องการอย่างช้าๆ แตกต่างจาก คาร์ไลส์  … สุดท้าย เมื่อพวกเธอพบกับความรักของมนุษย์ ซึ่งเปลี่ยนน้องสาวทั้งสองให้ต่อต้านการฆ่ามนุษย์อย่างโหดร้าย ปัจจุบันนี้ผู้ชายที่พวกเขารัก … ยังมีชีวิตอยู่

“ตอนที่คุณโผล่มาที่นี่ ….ฉันคิดว่า…” ธัญญาพูดช้าๆ

ผมรู้ว่าตอนนั้นเธอคิดอะไร และผมควรจะเดาได้ว่าเธอจะรู้สึกแบบนั้นแน่ๆ แต่ขณะนั้นผมหมดสภาพ และไม่มีจิตใจจะมาคำนึงถึงเรื่องนี้เลย

“คุณคิดว่า ผมคงเปลี่ยนใจ”

“ใช่”  เธอยอมรับหน้าตาไม่มีรอยยิ้ม

“ผมรู้ว่าผมใจร้ายมากที่ทำเหมือนล้อเล่นกับความคาดหวังของคุณ แต่ผมไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น .. ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ .. ผมคิดแค่ว่าต้องไปแล้ว … ผมค่อนข้างรีบ”

“ฉันไม่ได้คิดว่า คุณจะเล่าให้ฟังหรอกนะ ว่าเพราะอะไร …?”

ผมนั่งเอามือกอดเข่า งอตัวเหมือนปกป้องตัวเอง  “ผมไม่อยากพูดถึงมัน”

ธัญญา ไอรีนา และ เคท ต่างดำเนินชีวิตได้ดีในวิถีที่พวกเธอได้เลือกเดิน บางอย่างก็ทำได้ดีกว่าคาร์ไลส์  แม้กระทั่งการที่พวกเธอเอาตัวเองเข้าไปอยู่อย่างใกล้ชิดกับมนุษย์กว่าที่ควรจะเป็น .. หรือ .. สักวันอาจเป็นเหยื่อของพวกเธอ มันเป็นเรื่องที่เสียสติมากๆ แต่พวกเธอไม่เคยผิดพลาดเลย ผมอับอายเกินกว่าจะยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอต่อหน้าธัญญา

“เรื่องผู้หญิง ใช่ไหม?”  เธอคาดเดา ไม่สนใจว่าผมอยากจะบอกหรือเปล่า

ผมหัวเราะเซ็งๆ “มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดหรอก”

เธอไม่พูดอะไรต่อ ผมฟังความคิดเธอว่าจะเดาว่าเป็นเรื่องอะไรอีก เธอพยายามทำความเข้าใจคำพูดที่คลุมเครือของผม

“คุณไม่เฉียดเลยล่ะ ธัญญา” ผมบอก

“บอกใบ้ นิดนึง” เธอต่อรอง

“ช่างมันเถอะ, ธัญญา”

เธอเงียบไปอีกครั้ง แต่ยังคิดคาดเดาไปเรื่อย ผมเลิกสนใจเธอ  แล้วหันกลับมาชื่นชมดวงดาวบนท้องฟ้าต่อ  ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเลย … เธอยอมแพ้ หลังจากที่เงียบกันไป ความคิดของเธอก็หันเหไปทางอื่น

“เมื่อไปจากที่นี่แล้ว คุณจะไปไหนคะ เอ็ดเวิร์ด? กลับไปหาคาร์ไลส์?”

“คงไม่” เสียงผมเบาเหมือนสียงกระซิบ … ผมจะไปที่ไหนดี? ผมคิดไม่ออกว่ามีสถานที่ไหนในโลกนี้ที่จะเรียกความสนใจจากผมได้อีก ไม่มีอะไรที่ผมอยากเห็น หรืออยากทำ เพราะไม่ว่าผมไปที่ไหน ผมก็จะไม่ได้ไปที่ไหนเลย  .. ผมแค่วิ่งหนีเท่านั้นเอง

ผมเกลียด .. ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ผมกลายเป็นคนขี้ขลาด? … ธัญญาเอื้อมแขนมาโอบไหล่ผมไว้ ผมนิ่งยืดตัวตรง แต่ก็ไม่ได้เบี่ยงตัวหนี .. เธอแค่ต้องการปลอบให้ผมสบายใจขึ้น อย่างเพื่อนเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น

“ฉันคิดว่า คุณจะกลับไป”  เธอพูด , น้ำเสียงของเธอยังมีสำเนียงของชาวรัสเซียที่จางหายไปเนิ่นนานปะปนอยู่บ้าง “ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร หรือเป็นใครก็ตาม ที่ยังหลอกหลอนคุณอยู่ คุณจะยอมรับและประจันหน้ากับมันไปเลย …. นั่นคือคุณ”  เธอมั่นใจในความคิดของเธอเหมือนที่เธอพูด  ผมพยายามโอบรับภาพของผมที่อยู่ในความคิดของเธอมาไว้กับตัว  … คนที่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง ผมรู้สึกดีที่ได้คิดถึงตัวเองในแบบนั้นอีกครั้ง  เมื่อก่อนนี้ผมไม่เคยเคลือบแคลงใจในความกล้าหาญ และความสามารถในการสู้กับอุปสรรคที่ยากลำบากของตัวเองเลย  จนผมมาเจอกับชั่วโมงที่น่ากลัวอย่างร้ายกาจในห้องเรียนชีวะ เมื่อไม่นานนี้เอง

ผมจูบเธอที่แก้ม แล้วรีบดึงตัวเองกลับมา เมื่อเธอหันหน้ามาทางผม ริมฝีปากของเธอเผยออย่างรอคอย … เธอยิ้มเศร้าๆ กับความรวดเร็วของผม

“ขอบคุณมากธัญญา นี่แหละที่ผมอยากได้ยิน”

ตอนนี้ความคิดเธอเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง “ก็ต้องบอกว่า ด้วยความยินดีสินะ หวังว่าต่อไปจะทำอะไรให้มีเหตุผลสุขุมรอบคอบกว่านี้นะคะ เอ็ดเวิร์ด”

“ผมขอโทษ ธัญญา , รู้ไหมว่า คุณดีเกินไปสำหรับผม ผมก็แค่…ยังไม่เจอสิ่งที่ผมกำลังมองหาอยู่”

“ถ้าคุณจะจากไปตอนนี้เลย .. ก็ .. ลาก่อนนะคะเอ็ดเวิร์ด”

“ลาก่อน ธัญญา”  อย่างที่ผมพูดว่าผมมองเห็น เห็นตัวเองกำลังจากไป ผมเข้มแข็งพอที่จะกลับไปยังสถานที่ ที่ผมต้องการจะอยู่ที่นั่น  “ขอบคุณอีกครั้ง”

เธอยืนขึ้นอย่างคล่องแคล่ว แล้ววิ่งข้ามหิมะไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่รอยเท้าให้เห็น เธอไม่ทิ้งร่องรอยใดๆไว้เลย เธอไม่ได้มองกลับมา คำปฏิเสธของผมคงรบกวนใจเธอมากกว่าคำพูดและท่าทางที่เธอแสดงออก  มันแย่กว่าที่เธอคิดไว้ เธอคงไม่มาให้เห็นอีกจนกว่าผมจะจากไป … ผมรู้สึกผิด ละอายใจกับสิ่งที่ทำลงไป ผมไม่อยากทำร้ายธัญญา แม้ว่าผมจะรับรู้ความรู้สึกที่แสนจะบริสุทธ์ใจของเธอก็ตาม ในแต่ละเรื่องนั้น ผมไม่สามารถตอบแทนเธอได้สักเรื่องเลย ดูเหมือนความเป็นสุภาพบุรุษของผมจะมีอยู่น้อยเหลือเกิน … ผมนั่งชันเข่าเท้าคาง มองขึ้นไปดูดวงดาวอีกครั้ง ผมเกิดวิตกกังวลกับทางที่ผมเลือกเดิน ผมรู้ว่าอลิซจะเห็นว่าผมกำลังกลับบ้านและเธอก็บอกให้คนอื่นๆได้รับรู้ ซึ่งนั่นจะทำให้ทุกคนมีความสุข  ..  โดยเฉพาะ คาร์ไลล์ กับ เอสเม่ …  แต่เมื่อผมเพ่งมองดวงดาวอยู่อีกชั่วขณะ พยายามมองใบหน้าที่กั้นกลางระหว่างผมกับดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับบนท้องฟ้า  ดวงตาคู่โตสีชอคโกแลตจ้องกลับมาด้วยความสับสนและแปลกใจ เหมือนจะถามว่าการตัดสินใจของผมนั้น มีความสำคัญกับเธอหรือเปล่า แน่นอนว่า ผมไม่มั่นใจหรอกว่าสิ่งที่ดวงตาคู่นั้นค้นหาจริงๆแล้วคืออะไร แม้กระทั่งในจินตนาการผมก็ยังไม่สามารถได้ยินเสียงความคิดของเธอเลย ดวงตาของเบลล่า สวอน ยังคงตั้งตำถามต่อไป และผมก็ยังไม่สามารถมองเห็นความงามของดวงดาวได้อยู่ดี

ผมหายใจแรงๆ ยอมแพ้ แล้วลุกขึ้นยืน ผมคงใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเพื่อกลับไปที่รถของคาร์ไลล์ .. ถ้าผมวิ่งไปนะ .. ..

ผมรีบกลับไปหาครอบครัว ..  และอยากกลับไปเป็น เอ็ดเวิร์ด คนที่กล้าต่อสู้กับทุกอุปสรรคซึ่งๆ หน้า .. ผมวิ่งอย่างรีบเร่งข้ามทุ่งหิมะที่สะท้อนแสงของดวงดาว โดยไม่มีร่องรอยใดๆทิ้งไว้เบื้องหลัง

.,

Contunue Reading

Share

Midnight Sun / Twilight Saga : 1. First Sight.

51

Category : Midnight Sun

.

.

Midnight Sun by Stephenie Meyer

.

Translation by ppompam

.

.

First Sight

.

.

ช่วงเวลาแบบนี้ของวัน เป็นเวลาที่ผมอยากจะหลับเสียให้ได้จริงๆ

“โรงเรียน มัธยมปลาย”

หรือจะเรียกว่าสถานที่ชำระบาปสำหรับคนตายน่าจะถูกต้องกว่า ถ้าจะมีวิธีใดที่ผมจะได้ชดใช้กรรมที่ทำมา การเรียน ม.ปลายก็ควรจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย  ซึ่งผมไม่มีทางจะรู้สึกคุ้นเคยกับความน่าเบื่อนี้ได้เลย ทุกๆวันผ่านไปเหมือนเดิมซ้ำซาก ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมถือเอาว่านี่คือจังหวะเหมาะกับ “การหลับ” ของผม ถ้า การหลับนั่นคือการ อยู่เฉยๆ อยู่นิ่งๆ ไม่สนใจ ไม่มีปฎิกริยาใดๆ กับสิ่งต่างๆ ในช่วงเวลานี้

ผมนั่งจ้องรอยแตกของผนังที่อยู่อีกด้านของโรงอาหาร พลางจินตนาการหารูปแบบของรอยแยกเหล่านั้น นี่เป็นอีกหนึ่งวิธี ทำให้ผมสามารถแยกและกันเสียงพูดคุยไร้สาระ ฟังไม่เป็นภาษาหลายร้อยเสียงที่ไหลวนเวียนอยู่ในหัวผมออกไปได้

ความคิดของมนุษย์เหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ผมเคยได้ยินมาแล้วทั้งนั้น แต่วันนี้ ทุกๆความคิด คิดถึงกันแต่เรื่องราวของนักเรียนที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ที่นี่ ผมใช้เวลาเล็กน้อยก็สามารถรับรู้เรื่องราวได้ทั้งหมด แล้วยังได้เห็นหน้านักเรียนใหม่คนนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากความคิดของคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง  แต่การที่เด็กในโรงเรียนออกอาการตื่นเต้นกับการมาถึงของเธอ ผมคิดว่าคงเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่สีสันสดใส แววววาว ประมาณนั้น การชอบทำอะไรตามๆกันของพวกผู้ชาย ทำให้กว่าครึ่งของเด็กผู้ชายพวกนี้ จินตนาการกันว่าตัวเองนั้นได้เป็นแฟนกับเธอไปแล้ว เพียงเพราะเธอเหมือนเป็นสิ่งแปลกใหม่ ชวนมอง เท่านั้นเอง .. ความคิดแบบนี้ผมต้องตัดออกไปให้หมด

.

Contunue Reading

Share
This site is protected by WP-CopyRightPro