Kristen Stewart is back in a big way : Interview with News.com.au

4

Category : News

Bangkok @ 18:21 BKKLT

.

.

 photo ADORINGKS-CSPC071216 34.jpg

/

,

KRISTEN Stewart, 26, has experienced her fair share of heartbreak. ..

เมื่อถามถึงความรักที่ไม่สมหวัง ความสัมพันธ์ที่เลิกร้าง Kristen Stewart, นักแสดงวัย 26 บอกว่า 

“โอวให้ตายเถอะ ฉันถึงกับหัวใจสลาย มันแทบจะรับไม่ไหวแต่ก็ขอบคุณพระเจ้าด้วยเช่นกัน”

“ฉันว่าฉันจะเขียนหนังสือคู่มือดามหัวใจ ทำอย่างไรเมื่อเลิกกันแล้วล่ะ ..I’m going to write a f**king self-help book,” เธอบอกขำๆ

“มันอาจจะฟังดูง่ายๆ เมื่อพูดถึงความรักที่เลิกรา แต่เป็นฉันจะพูดว่า จงอยู่กับมันให้ได้ อย่ามองข้ามมัน ถ้าคุณปวดร้าว ก็จงคิดว่า ‘โอว คุณจะต้องก้าวต่อไป อย่างเช่น “ขอรักอีกสักครั้ง…One More Time With Feeling,’ … มันบ้าใช่มั้ยล่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้และคุณก็ไม่มีทางที่จะรู้ได้ว่ามันจะดิ่งลงเหวอย่างไร แต่คุณจะต้องไม่โศกเสียใจกับมัน”

“สิ่งแย่ๆที่เลวร้ายที่สุดมักจะเกิดขึ้นเมื่อคนเราปิดกั้นตัวเอง เมื่อคนเราสับสน อ่อนล้า แต่มันไม่ถูกต้องที่จะไปโทษคนอื่นๆ ความทุกข์ความสุขของคุณขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง ฉันคิดว่านั่นล่ะคือจุดเริ่มต้นเพราะถึงเวลานั้นคุณก็จะสามารถมีความสุขกับคนอื่นๆ ได้อีก”

“การที่ต้องผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมันยากลำบาก แต่ทุกๆ นาทีที่เจ็บปวด มันเป็นบทเรียนให้ชีวิตฉัน และฉันยอมมีความรู้สึกท่วมท้น ดีกว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย”

Stewart มานิวยอร์คเพื่อโปรโมทภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของเธอ Cafe Society กำกับโดย Woody Allen ซึ่งเธอรับบทเป็นหญิงสาวกับรักสามเส้าระหว่าง Jesse Eisenberg เพื่อนร่วมงาน และ Steve Carell เจ้านายของเธอ ซึ่งได้รับคำวิจารณ์ว่าเป็นบทที่ Kristen แสดงดีที่สุดเท่าที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับตัวละครที่เธอแสดงใน Cafe Society, Kristen รู้ว่าการมีความรักในสถานที่ทำงานนั้นเป็นอย่างไร

“ด้วยอาชีพและชีวิตของฉัน มันมีจุดหนึ่งที่เป็นเหมือนพื้นที่สีเทา ฉันไม่ได้ไปทำงานแล้วปิดกั้นชีวิตส่วนตัว คุณเข้าใจที่ฉันพูดใช่มั้ย ฉันไม่ได้ไปทำงานออฟฟิศ งานของฉันไม่ใช่งานทั่วๆไป ฉันก็เลยไม่สามารถอธิบายได้ แต่ฉันก็เข้าใจได้ดีถึงความรู้สึกที่เราจะมีให้กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมันเหมือนกับเป็นการสร้างโลกส่วนตัวที่พัฒนาไปเป็นความสัมพันธ์ นั่นมันมีอยู่จริง”

ตอนนี้เมื่อหมดกระแส Twilight saga ชีวิตของ Kristen ที่เคยโดนสื่อมีเดียตามไม่หยุดหย่อนก็ดูละน้อยลง

“มันเบาลงไปแล้วล่ะ.. ,” Kristen พยักหน้าเห็นด้วย “กระแสความคลั่งไคล้มันไม่มีอีกแล้ว ซึ่งมันก็ดีนะ แต่ให้พูดจริงๆ แล้วมันไม่ได้หายไปทั้งหมดหรอก วันก่อนฉันได้ไปเจอ Catherine Hardwicke เธอเป็นผู้กำกับ twilight ภาคแรก (The Thirst Project Gala) .. มันทำให้ฉันหวนย้อนกลับไปคิดถึงความทรงจำเก่าๆ ในช่วงเวลานั้น”

แม้ว่าทุกวันนี้เธอจะไม่ได้อยู่ท่ามกลางแสงสปอทไลท์ทุกย่างก้าวเหมือนเช่นเมื่อก่อน แต่กฌไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครรู้จักเธอ เพราะในวันสัมภาษณ์ Kristen Stewart ที่โรงแรม Crosby ย่าน Soho มีทั้งกลุ่มแฟนๆ และ ปาปารัซซี่มารอรุมล้อมรอเธอที่ด้านหน้าโรงแรม

และการเป็นบุคคลที่มีคนรู้จักจำหน้าได้มากที่สุดในโลกคนหนึ่ง ทำให้เธอไม่สามารถทำกิจกรรมที่แสนธรรมดาในชีวิตประจำวันอะไรบ้าง

“มันก็.. ไม่ใช่เรื่องเศร้าอะไรมากมายที่ฉันไม่สามารถไปเดินเล่นชอปปิ้งตามมอลล์ มันไม่ได้เป็นปัญหาอะไรสำหรับฉัน”

เดาเอาว่า การไปดื่มเมาตามผับบาร์ก็เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับเธอในทุกวันนี้ ?

“ก็ไม่นะ ฉันยังทำอย่างนั้นได้อยู่” เธอตอบพลางหัวเราะ “ฉันอยากสามารถที่จะจ้องมองคนอื่นๆ ได้โดยที่พวกเขามาจ้องมองฉันกลับ มันคงดีนะถ้าสลับกันได้ เพราะปกติแล้วถ้าฉันออกไปข้างนอกและสบตามองใครมันก็จะกลายเป็นอีกเรื่อง ฉันก็จะต้องไม่ทำแบบนั้น ซึ่งจริงๆ แล้วฉันน่ะชอบมองดูผู้คน นั่นก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ฉันเป็นนักแสดง ฉันชอบศึกษาผู้คนและในสิ่งที่พวกเขาทำ”

Kristen ได้รับการชื่นชมในไสตล์การแต่งตัวที่ฮิปเซอร์สุดขอบ แต่ในชีวิตส่วนตัวนั้นกลับเรียบง่าย เธอบอกว่า ตู้เสื้อผ้าของเธอนั้นมันไม่ได้เลิศเลออย่างที่ใครๆ คิด

“ฉันเก็บชุดที่ฉันใส่สองสามชุดจากงาน Met Ball แต่ปกติแล้วเราต้องคืนชุดพวกนี้ เพราะมันเป็นชุดที่ยืมมาทั้งนั้น” เธอบอกกลั้วหัวเราะ

“ฉันไม่คิดว่าคุณจะประทับใจกับห้องเสื้อผ้าของฉันหรอก เพราะผนังด้านหนึ่งนั้นเต็มไปด้วยรองเท้าผ้าใบ และมีมุมเล็กๆ สำหรับของ Chanel คุณนึกภาพห้องเสื้อผ้าของฉันได้เลย มีแค่รองเท้าผ้าใบ ยีนส์ และเสื้อยืดสารพัดสี”

ตัวละครของ Kristen ใน Cafe Society นั้นเป็นบทของหญิงสาวที่ต้องเลือกระหว่างผู้ชายสองคนซึ่งทำให้เส้นทางชีวิตของเธอเปลี่ยนไป และเมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต Kristen บอกว่า

“ฉันคิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นอยู่ตลอดเวลา ฉันหมายความว่า ทุกๆ คนก็คิดกันทั้งนั้นแหละ มันเป็นธรรมชาติที่เราจะอยากรู้ว่ามันจะเป็นอย่างไร แต่ฉันมีความสุขมากๆ กับที่เป็นอยู่ในตอนนี้”

/

Source : www.news.com.au

Translation : @KSTEWART_THAI

 

 

 

Share

Comments (4)

เป็นผู้ใหญ่ขึ้น ช่วงเวลานั้นความสุขที่มีคิดว่าที่สุดแต่ตอนนี้เธอดูมีความสุขมากกว่าหลายเท่าดูจากหน้าตาสวยขึ้นสดใสขึ้น ❤️❤️❤️

ขอบคุณค่ะคุณแพม ^_^

ขอบคุณค่ะพี่แพม

ถึงจะเจ็บปวดแต่มันก็ผ่านไปแล้ว และเธอก็เรียนรู้จากมัน
เห็นได้ชัดเจนเลยว่าเธอเติบโตขึ้น และเปลี่ยนไปเล็กน้อยด้านการแสดงออก
เปิดเผยมากขึ้น แต่นั่นก็ทำให้ความสัมพันธ์ที่เธอหวงแหน พยายามเก็บไว้มีความสำคัญมากพอ ๆ กัน

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro