Full Interview – แปลไทย # Kristen on the Cover of ELLE UK : September 2015 Issue

17

Category : News

Bangkok @ 01:00 BKKLT

.

ย้อนไปชม รูป & วีดีโอเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่น Outtakes -  แปลไทยพรีวิวบทสัมภาษณ์ได้ตามลิงค์ : HERE

/

 photo HQ1.jpg

.

RULE BREAKER : KRISTEN STEWART ผู้แหกกฏ

Kristen Stewart คือ หนึ่งในนักแสดงวัยรุ่นเพียงไม่กี่คนใน Hollywood ที่เป็นพวกหัวกบฏตัวจริง
.
.
 photo Untagged19.jpg
.
 photo Elle UK _Sept 2015.jpg

.

แล้วเราก็ได้ทราบว่า Jella / Max หายหน้าไปไหน …. และข่าวที่เราได้ยินมาเมื่อ 2012 ก็เป็นความจริง
.
ที่ PapaStew เป็นโรคมะเร็ง  และได้รับการรักษาผ่าตัดไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อ 2013
.
.
 photo Untagged10.jpg
.
Juliette Lewis ก็มีอะไรที่เหมือนกับ Kristen อยู่หลายอย่าง … 
.
Lewis เคยคบกับดาราใหญ่ นักแสดงชายขวัญใจสาวๆ อย่าง Brad Pitt ช่วงยุค 1990
.
ซึ่งเปรียบได้กับ Robert Pattinson ในปี 2010 .. หนึ่งความเหมือน
,
.
 photo Untagged1.jpg

.

.,

แปลสัมภาษณ์ไทย  .. Under The Cut …

/

,.

Rule Breaker : ผู้แหกกฏ
.
Kristen Stewart คือ หนึ่งในนักแสดงวัยรุ่นเพียงไม่กี่คนใน Hollywood ที่เป็นพวกหัวกบฏตัวจริง
/
เมื่อมีสาวหัวกบฏระดับ A-List หนึ่งคน แล้ว มีเพิ่มมาอีกหนึ่ง คนหนึ่งคือนักร้อง อีกคนเป็นนักแสดงที่มีไสตล์โดดเด่นเป็นของตัวเอง (cult actress) เมื่อ Juliette Lewis สัมภาษณ์ Kristen Stewart
.
คุณ เคยเห็น Kristen Stewart ถ่าย Selfie ตัวเองหรือเปล่า ?  และ คำตอบนั่นก็บอกได้ว่า Kristen เป็นนักแสดงเจนเนอเรชั่น Y (millenial) ระดับ A-List เพียงคนเดียว ที่ได้เติบโตในอาชีพนักแสดง ด้วยความเป็นคนที่น่าค้นหา ในรูปแบบของคนที่แรงจริงไม่กลัวใคร แต่เจ๋ง  .. ท่ามกลางเหล่าดารารุ่นใหม่มากมายที่เริงร่าพร้อมจะเปิดเผยตัวเอง Kristen มีบุคลิกของความลึกลับ น่าค้นหาในโลกของ rock-star อย่างเช่น Joan Jetts, Kim Gordons และ Patti Smiths.
.
Kristen ได้กลายมาเป็นนักแสดงหญิงที่โด่งดังที่สุดในโลกหล้า ตอนอายุ 18 เมื่อเธอรับบทแสดงเป็น เด็กสาววัยรุ่น ที่เงียบขรึมที่คอยแต่จะขบริมฝีปากตัวเองอยู่เสมอ และเธอก็ได้ไปตกหลุมรักกับแวมไพร์หนุ่ม .. ในบทของ Bella Swan ตัวละครหลักของภาพยนตร์ที่มีค่าตัว 8 ล้านเหรียญในแต่ละภาค  และ เธอแสดงทั้งหมด 5 ภาค …
.
สำหรับนักแสดงหญิงส่วนมากแล้ว ภาพยนตร์ box office ฟอร์มใหญ่ทำรายได้มหาศาลขนาดนี้ มักจะเป็นการได้อย่างเสียอย่าง เพราะยากที่จะหนีจากบทเดิมๆ และน้อยนักที่นักแสดงอยากจะถูกผูกติดอยู่กับบทวัยรุ่นไปตลอดกาล  .. ไม่ใช่ Kristen Stewart แน่นอน เธอฉีกตัวเองออกมานอกกรอบ แหกทุกๆ กฏ และ ค้นหาตัวเอง
.
Kristen เลือกที่จะแสดงภายนตร์อินดี้  เหมือนกับเป็นการต่อต้านฮอลลีวูด เธอแสดงเป็น Joan Jett ในเรื่อง The Runaways  , เด็กสาวรักอิสระไม่มีความยับยั้งชั่งใจอย่าง Marylou ใน On the Road ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายของ Jack Kerouac กำกับโดย Walter Salles และ ปีก่อน เธอรับบทเป็นลูกสาวหัวรั้นของ Julianne Moore ใน Still Alice … นอกจากนั้น Kristen ยังได้ร่วมงานกับแฟชั่นเฮาส์แบรนด์ไฮเอนด์อย่าง Balenciaga และ Chanel
.
มาถึงเวลานี้ ภายนตร์เรื่องล่าสุดของเธอ “American Ultra” หนังแนว offbeat ตื่นเต้น แอคชั่น เรื่องราวของวัยรุ่นขี้ยาสองคน แสดงโดย Kristen และ เพื่อนนักแสดงนำคู่กับเธอจากเรื่อง AdventureLand : Jesse Eisenberg
.
Juliette Lewis ก็มีอะไรที่เหมือนกับ Kristen อยู่หลายอย่าง .. Juliette Lewis  มีพื้นเพจาก Los Angeles เช่นกัน และเธอเข้าใจดีถึงการเติบโตมาท่ามกลางแสงสปอทไลท์ ทั้งที่เธอไม่ได้ชอบมันนัก เหมือนกับเป็น Kristen ในยุคของเธอ,  เมื่ออายุ 18 Lewis ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากเรื่อง Cape Fear และ เธอก็ได้แสดงภาพยนตร์ที่ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างเรื่อง Natural Born Killers ของ Oliver Stone และ ภาพยนตร์ของ Quentin Tarantino เรื่อง From Dusk Till Dawn …  (เรื่องนี้สนุกมากขอบอก /ppompam)
..
และ เช่นกัน Lewis เคยคบกับดาราใหญ่ นักแสดงชายขวัญใจสาวๆ อย่าง Brad Pitt ช่วงยุค 1990 ซึ่งเปรียบได้กับ Robert Pattinson ในปี 2010 .. อีกหนึ่งความเหมือน
.
แต่ Lewis ไม่ได้เดินต่อเส้นทางการแสดง เธอได้ค้นพบตัวเอง กับชีวิตใหม่กับงานดนตรีร็อค มีแบนด์ของเธอเอง คือ Juliette and The Licks.
.
หลัง จากที่ Juliette ได้พบกับ Kristen เป็นครั้งแรกเมื่อ 13 ปีก่อน ในเรื่อง Cold Creek Manor… ทั้งคู่ได้นัดพบพูดคุยกันที่ห้องครัวในบ้านของ Lewis ในลอสแองเจลลิส ….

,

JULIETTE: ฉันขอแนะนำให้รู้จักกับ Teddy หมาของฉันเอง ในเทปนี้ .. เขากำลังดม Kristen ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะไม่เข้าใกล้คนที่เขาไม่รู้จักในทันทีทันใดแบบนี้ แต่เขาน่ารักกับเธอมากๆ
/
KRISTEN: ไม่ใช่เพราะฉันหรอกนะ เพราะฉันเลี้ยงหมาสามตัวต่างหากล่ะ
.
JULIETTE : คุณเป็นคนรักหมา หรือ รักแมว ?
.
KRISTEN : อืมม ฉันมีหมาสามตัว (Bear , Bernie & Cole) พวกเขาทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย แต่ฉันก็รักแมวด้วยเหมือนกัน ฉันเคยเลี้ยงแมวอยู่พักใหญ่ซึ่งฉันหลงเขามากๆ แต่ตอนที่พ่อของฉัน John ป่วยเป็นมะเร็ง พ่อก็เอาเขาไปอยู่ด้วย พอพ่อฉันอาการดีขึ้น ฉันก็ทำใจไม่ได้ที่จะไปพรากเขามาจากพ่อ เพราะทั้งคู่รักและสนิทสนมกันแล้ว
(Kristen พูดถึง เจ้า Max / Jella ที่หายหน้าไปนั่นเอง และ PapaStew ได้รับการผ่าตัดไปเมื่อปี 2013)
./
J: คุณยังมีพลังที่หมือนเดิมนับตั้งแต่ฉันได้ร่วมงานกับคุณเมื่อ 13 ปีก่อน (Cold Creek Manor)
.
K: ตอนที่ฉันยังเด็กฉันก็คิดว่าคุณน่ะเจ๋งมากๆ เลยล่ะ
.
J: คุณมีเสียงที่ชัดเจนแบบไม่เหมือนใคร ไม่ใช่แค่วิธีการพูดของคุณ แต่ด้วยธรรมชาติของคุณมันทำให้มีอำนาจ โอว ฉันอยากจะบอกว่าคุณน่ะคือ เจมส์ ดีน ในภาคผู้หญิงเลยล่ะ
/
K: Oh, f*uck you.
/
J: แต่อันที่จริง คุณดูห้าวกว่านิดหน่อยนะ แบบว่า ถ้าคุณกับเจมส์ ดีน ต้องสู้กัน ฉันว่า คุณอาจจะชนะก็ได้ ฉันคิดว่าคุณน่ะ คือนักสู้ตัวจิ๋ว (scrapper) คุณปล่อยหมัดใส่คนได้เลยล่ะ
.
K: ฉันก็ชอบที่จะทำให้ผู้คนคิดอย่างนั้น แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะทำได้จริงๆ หรือเปล่า แต่ถ้ามันเกิดขึ้น และมีใครสักคนแบบว่า “เราจะสู้กันล่ะนะ” ฉันมั่นใจเลยว่า ฉันจะต้องการมากกว่านั้น ฉันคงจะเป็นแบบว่า “คุณจะต้องลงไปคลุกฝุ่น ไม่ใช่ฉันแน่นอน”
/.
J: คุณกับฉันมีอะไรบางอย่างที่เหมือนๆ กัน และนั่นเป็นเหมือนพลังของเรา เคยมีผู้คนมากมายคิดว่าฉันน่ะเข้มแข็ง และมานั่งคุยกับคุณอย่างนี้ ก็รู้เลยว่าคุณน่ะเข้มแข็งจริงๆ คงไม่มีใครอยากลองของกับคุณ แต่ฉันรู้สึกว่าคนที่มองดูภายนอกว่าเข็มแข็งมักจะมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่มากมายเช่นกัน
.
K: ฟังดูเหมือนกับว่า คุณกำลังบรรยายลักษณะของ Joan Jett เลยนะ การได้รู้จักกับเธอ มันเป็นสิ่งที่น่าที่งที่สุดเลยล่ะ เธอทำให้ฉันเกร็ง แต่ก็ทำให้ฉันพร้อมที่จะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่า ฉันสามารถเข้าไปยืนอยู่ในจุดที่เธอยืน แสดงเป็นเธอได้ ฉันจะทำแม่งให้ได้ เธอน่ะเลิศสุดๆ
.
J: ถือว่าเรื่อง The Runaways เป็นจุดเปลี่ยนของคุณหรีอเปล่า ?
.
K: การแสดงเป็นใครคนที่คุณให้ความนับถือจริงๆ มันเป็นเรื่องใหญ่ ฉันไม่อยากใช้คำว่า Idol เพราะคนใช้คำนี้กันเกร่อ มีอะไรบางอย่างที่สำคัญเกี่ยวกับ Joan Jett การได้พบกับเธอ เธอเป็นคนดีมากๆ จริงๆ ตอนนั้นฉันอยู่ระหว่างถ่ายทำ twilight และ ถ่ายทำกัน 5 ภาค ต่อๆ เนื่องติดต่อกันซึ่งมันบ้ามากๆ ฉันจึงแค่อยากจะไปหาอย่างอื่นทำบ้างสลับกันไป
./
J: หนัง twilight นับเป็นส่วนหนึ่งที่ใหญ่มากในชีวิตของคุณ ฉันคิดว่า เราสองคนเป็นส่วนผสมลงตัวดีมากในการคุยกันวันนี้ เพราะคุณไม่ใช่คนที่จะเลือกทางเดินง่ายๆ สบายๆ ทางเดินสบายๆ สำหรับคนแบบคุณ ก็คงเป็นการแสดง Twilight จากนั้นก็งานอื่นที่ขายหน้าตาของคุณ แล้วก็แสดงหนังรักทั้งหลาย เพื่อให้ทุกคนได้หลั่งน้ำตากัน แต่ คุณรู้ได้เองโดยสัญชาติญาณ ว่า “ฉันจะต้องหาสิ่งที่แปลกแตกต่าง ฉันจะต้องก้าวต่อไปเพื่อเติบโต ฉันจะต้องระวังไม่ให้ตัวเองถูกผูกติดอยู่กับระบอบนี้ หรือ อะไรที่จะมาชี้นำว่าฉันจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้” .. แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
,
K: ฉันเติบโตขึ้นมาในแอลเอ และเริ่มคัดตัวแสดงตอนอายุ 9 ขวบ แม่ของฉัน Jules เป็น script supervisor และ พ่อของฉันทำรายการ TV ถ่ายทอดสด เขาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ดังนั้น ครั้งแรกที่ฉันเริ่มงานแสดง ฉันก็แค่ต้องการเป็นหนึ่งในทีมงาน แต่มันก็มาลงเอยตรงที่ฉันไปคัดตัวแสดงสำหรับหนังหลายเรื่อง และ จะหลีกหนีห่างจากอะไรที่มันดูเป็นแค่การขายหนัง ฉันเล่นหนังอินดี้ เรื่องแล้วเรื่องเล่า และทั้งหมดนั้นก็จะเป็นหนังแปลกหรือมีพฤติกรรมของหนังที่ประหลาด จากนั้น twilight ก็เข้ามาในชีวิต ตอนนั้นเราไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเราจะได้ถ่ายทำกันมากว่าหนึ่งภาค แต่ Catherine Hardwicke เป็นผู้กำกับ และฉันก็ประมาณว่า “จริงๆแล้วเรื่องนี้มันเจ๋งดี” และ จากนั้น หนังก็กลายเป็นอะไรที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง แต่มันก็ไม่เคยถูกตัดสินลงไป แบบว่า “ใช่แล้ว ฉันจะบาแลนซ์อาชีพของฉันให้สมดุลกับการทำหนังเพื่อหวังกำไร”
.
J: ไม่ใช่ว่าฉันจะทำให้เราดูเหมือนกันเป็นแฝดหรอกนะ แต่พ่อของฉันก็เป็นนักแสดง แล้วฉันก็โตมาในกองถ่ายหนังเหมือนกัน คุณคิดว่า ในเวลานี้ ด้วยปัจจัยอย่างโซเชียลมีเดีย และ การผู้คนสร้างผลงานศิลปะของตัวเองขึ้นมา มันเป็นช่วงเวลาที่ดีของการทำหนังหรือเปล่า ?
/
K: มันก็ยากสำหรับฉันนะ ที่จะพูดว่ามันยากมากแค่ไหนกับการสร้างหนังดีๆ เพราะว่าฉันเคยถูกขอให้ไปมีส่วนในโปรเจคท์ที่ดีสุดๆ แต่ฉันตระหนักและเห็นได้ชัดเจนว่าทุกต่างคิด และ หมกมุ่นอยู่กับการสร้างเพื่อให้ได้กำไร และ ไม่มีใครอยากจะสร้างหนังถ้ามันไม่ทำเงิน
/

J: แล้วอย่างหนังเรื่องใหม่ของคุณล่ะ American Ultra ? ฉันอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับมัน

K: มันเป็นหนังรัก หนังตลก ตื่นเต้น แอคชั่น ของขี้ยาสองคน มันมีความรุนแรงในระดับ เรื่อง Bourne แต่เป็น Jesse Eisenberg กับ ฉัน ที่เมายากันสุดๆ

J: คุณทำให้ฉันแปลกใจกับหนัง thriller มันประเภทของความขัดแย้งที่ดีมาก มันดูยากลำบาก และนั่นล่ะคือหนทางเดียวที่จะก้าวต่อไป ก็มีผู้คนที่งานของพวกเขาก็คือ sex boxes of Raisinets (chocolate-covered raisins) ที่ขายในโรงหนัง

K: ฉันคิดจริงๆ นะว่า เรากำลังจะขาย Raisinets หมดเกลี้ยงในหนังเรื่องนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ทำอะไร ที่ฉันรู้สึกแบบว่า “มันไม่มีเหตุผลอะไรเลยจะทำให้หนังเรื่องนี้จะไม่ทำเงิน“  เพราะปกติแล้ว เวลาฉันถ่ายหนังจบ แล้วฉันก็จะคิดว่า “โอว พระเจ้า ถ้าเกิดว่า ไม่มีใครสักคนที่อยากจะดูหนังเรื่องนี้ล่ะ”

J: นี่ล่ะคือสิ่งที่ฉันอยากจะบอกกับใครที่อ่านสัมภาษณ์นี้ ใครที่ไม่คุ้นเคย ไม่มีประสปการณ์ มันมีอะไรกับผู้หญิงที่ขึ้นมามีชื่อเสียง ซึ่งทำให้พวกเธอสูญเสียตัวตนส่วนตัว และ เริ่มคิดว่า “ฉันต้องทำให้คุณพอใจใช่มั้ย? ตอนนี้ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า ฉันไม่ต้องทำอย่างนั้นเสมอไป และเมื่อพวกช่างภาพเข้ามาถ่ายรูปฉันที่สนามบินตอน 7 โมงเช้า ฉันก็จะบอกว่า “นี่พวกนาย คุณอยากให้มีคนมาถ่ายรูปคุณที่สนามบินตอน 7 โมงเช้าหรือเปล่า? แต่ฉันจะพูดไปยิ้มไป แต่คุณสามารถพูดด้วยเสียงที่เข้มและเอาจริง

K: ใช่เลย มันมีอะไรบางอย่างที่เป็นไปตามธรรมชาติในการตอบรับ Yes. ฉันคิดว่า ด้วยธรรมชาติของผู้หญิงมันทำให้มีแนวโน้มที่ทำให้เราต้องการทำให้ผู้คนพอใจ

J: จริงๆ แล้วฉันไม่มองหาอะไรในสื่อ สำหรับฉันแล้ว ทั้งหมดคือหนังสือ ดนตรี ผู้คน และ การดำเนินชีวิต ฉันจะต้องหนีออกมาจากสถานพิพากษาที่พร้อมจะตัดสินเราตรงนั้น โลกโซเชียลมีเดียของฉันคือที่ที่ฉันได้รับความเชื่อมโยงนั้นและฉันพบว่ามัน สวยงามจริงๆ

K: ฉันเห็นด้วยกับคุณ ฉันไม่ใช่พวกต่อต้านโซเชียลมีเดีย เพียงแต่ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเล่นมัน ฉันมี Instagram เพื่อติดต่อกับเพื่อนๆ  แต่ด้วยไอเดียของการพูดคุยในกลุ่มคนที่ใหญ่มากๆ ในโซเชียลมีเดียน่ะเหรอ ?? การสัมภาษณ์รายการทีวีก็ยังยากสำหรับฉัน ตอนนี้ฉันรู้ว่าจะคุยกับคุณอย่างไร  และเมื่อฉันไปนั่งอยู่บนเก้าอี้ต่อหน้า Jimmy Kimmel ฉันก็รู้ว่าจะคุยกับเขาอย่างไร แต่ฉันจะต้องโฟกัสอยู่กับ Jim  ถ้าคุณไม่รู้จักคนที่คุณกำลังคุยด้วยมันก็ไม่เมคเซนส์เอาเสียเลยสำหรับฉัน

J: ฉันได้อ่านที่เขาเขียนถึงคุณแย่ๆ มาบ้างนิดหน่อย ที่ผู้คนพากันว่าและตัดสินคุณเกี่ยวกับเรื่องยิ้มไม่ยิ้ม คุณไม่มาแก้ต่างให้ตัวเองเลย  สิ่งที่ฉันรักในตัวคุณก็คือ ธรรมชาติของการไม่อ่อนข้อยอมคนในตัวคุณ แต่คุณก็ไม่ใช่พวก Asshole.

(เอา จริงๆ 6 ปีกว่าๆ ที่ผ่านมา ฉันไม่เคยได้ยิน Kristen ออกมาร่ำร้อง คร่ำครวญ โอดครวญ ออกสื่อสักครั้ง ไม่ว่าจะโดนพวก Nonstens , Sessed , สื่อไร้จรรยาบรรณ ทั้งหลายกระทำกับเธออย่างหนัก ส่งแมวตายที่หน้าตาคล้าย Jella ไปให้เธอ ระรานโซเชียลมีเดียของเพื่อนและครอบครัวเธออย่างหยาบคาย ด่าว่าเธอราวกับเธอฆ่าพ่อแม่ใครมา ขู่ฆ่าเธอเพราะเธอคบกับผู้ชายที่พวกหล่อนฝันถึง .. ฉันว่าหกปีที่ผ่านมา Kristen อดทน และ ต้องเจอกับแฟนๆ เพี้ยนๆ โรคจิตของ Rob ต้องเจอเรื่องพวกนี้ เพราะ Rob มามากกว่าใครๆ แต่เราไม่เคยได้ยินเสียงเธอออกมาเรียกร้อง โหยหวน ขอความเห็นใจสักแอะ ไม่เคยครวญครางในทุกสัมภาษณ์ที่มีโอกาสพูดถึง  .. ช่างต่างกันฟ้ากับเหว /ppompam)

K: ไอ้เรื่องยิ้มไม่ยิ้มทั้งหมดนี่มันประหลาดมาก  จริงๆแล้วฉันยิ้มบ่อยมากๆ จริงๆ นะฉันอยากจะแบบว่า “นี่พวกนาย ถ้าพวกนายได้รู้จักฉันก็จะรู้ว่าฉันน่ะเจ๋งโคตร” แต่ผู้คนมากมายสามารถหาเงินได้จากการเขียนเรื่องฉันไม่ยิ้ม ที่พวกเขากำหนดให้ฉันเป็น และบทความมากมายที่เขียนออกมาในทุกๆ วัน ถ้าพวกเขาจะเปลี่ยนคาแรคเตอร์ของฉันมันก็ไม่เมคเซนส์น่ะสิ

(ก็คือพวกมันก็จะไม่ได้หาเงิน หากินกับการยิ้มไม่ยิ้มของ Kristen อีกต่อไป /ppompam)

.

แปะไว้ มาแปลต่อ ….. … คงเป็นบทสุดท้ายในการแปลไทยให้นะคะ

.

J: It’s almost like they will get pictures that will feed into that.I get fearful of people who are plastic and are perfectly fitted for this public culture,like politicians. To me,that’s scary.

K: I’m not a politician.People think that they have to do it,it’s as if there providing a public service.But you don’t have to,you just have to do your job.

J: What about close childhood friends? Do you have any left?

K: I have a bunch actually.I have five or six.There’s a small group of us who have known each other forever.

J: I find the hardest thing is how others deal with fame. Some people want to protect you. Some people get agitated and a few show some odd colours that you didn’t know were there and that’s their reaction to fame. Were there shifts? Did you have a change in your group dynamic? I’ve never dealt with that level of idolizing, like when people see you so firmly as something and you made them feel and put all their hopes and dreams on you.

K: Because I got really, really famous in literally a day, it was a bit like, “ What the f*uck?” Everyone was graduating high school and I stopped going, so I kinda fell out of touch with the group. I was just with my boyfriend all the time.  But then I made a really conscious effort of gathering them and being like, “I need you.” Now they are really awesome they’re all really protective. …

Boyfriend ที่ว่านี้ อ่านอย่างไร ก็เข้าใจว่าเป็นนายเครื่องเทศ ไม่ใช่ Rob 

J: That’s nice. It sounds like you knew you needed to nurture the friendship foundation rather than get isolated and pull away from it. Instead you gravitated towards it. How do you let off steam? Do you like to go to raging dance parties? That’s how I like to do it.
.
K: I play guitar.
.
J: Damn! You’re cooler than me. I just couldn’t get into the fingering. Did you learn guitar from The Runaways?
.
K: I started playing when I was younger. My dad played, so I was lucky to learn basic chords when I was little, and obviously I sit in trailers and have time to practice.
.
J: Do you use it to relax?
.
K: I love playing guitar, but it doesn’t relax me. It drives me crazy. I’m like “Ah, no, that’s not what I wanted to play.” I have no rhythm either. But I love it.
.
J: What skill you wish you could have? I want to learn to fight. I wish I continued with karate when I was little.
.
K: I think the most far-fetched thing is if I could something like be a f*ucking great dancer.
.
J: Are you talking hip-hop, street dancing, breakdancing or ballet?
.
K: I don’t want to be a professional dancer. I just want to be able to out on the dance floor and be sick. I want the ability to allow my body to move. I just want to tear that sh*t up. I’d also like to speak French, because I have a lot of French friends and then I’d be able to have conversations with them.
.
J: Well, the good news is, as long as we’re here, we can do it all: we’ve got time. So you’re wearing a Dwarves band T-shirt. My first guitar played in my band was a guy named Clint who was in the Dwarves.
.
K: That’s weird, because I looked at this T-shirt this morning and I was like “I don’t know this band, so is it f*cked up to wear it?”
.
J: It’s a cool top. You know he have to dress up, but do you feel you have found your own style? Do you have designers you gravitate towards?
.
K: I mean, I work with Chanel. But generally speaking there are a couple of designers I’ve always liked: Nicolas Ghesquiere is someone I’m a huge fan of. Fashion can be fun, I get inspired by it. I like being around anyone who’s compulsively making things.
.
J:  Who is a mentor of yours? Mine is Amy Schumer. I love her. She’s like “ Girl you just need to quit saying sorry so much”. I’m playing a detective in a series called Secrets and Lies and she doesn’t say , “I’m sorry, I just need 10 minutes of your time”. She has no social niceties whatsoever. And I respect that.
.
K: I apologise constantly, incessantly. As for mentors, I admire my mom, she has always been a worker.
.
J:  I love how you say “worker”.
.
K: The women that I’ve always been been drawn to are those who are unable to focus on things that don’t matter because they’re so taken with their interests and the things they like to create. Patti Smith is a friend of mine and her whole thing is “Just get back to work”. Find the source of what’s keeping you going and it’ll focus you.
.
J: คุณเป็นเพื่อนกับ Patti Smith ได้อย่างไร ?
.
K: เราอยู่ที่ the Boom Boom Room ในนิวยอร์ค เป็นงาน After Party ของหนังของฉัน ฉันคิดว่าเป็นงานของ On the Road  และตอนนั้นฉันก็อยู่ในช่วงที่กำลังย่ำแย่  (fucked place)  แล้วเธอก็เดินเข้ามา และ ถามว่า “เฮ้ คุณโอเคมั้ย” แล้วเธอก็ประมาณว่า ‘ฉันแค่อยากจะให้คุณรู้ว่าผู้คนที่อยู่ข้างคุณนั้นแคร์คุณ เราอยู่ตรงนี้เพื่อคุณ และฉันก็อยู่ข้างคุณ – I am your people.”  แล้วหลังจากนั้นเราก็ติดต่อกันเรื่อยมา  เมื่อฉันไปนิวยอร์คอีกครั้ง แล้วเธอก็เดินมาหาฉันในงาน After Party งานหนึ่ง  .. มันก็นานมากแล้วนับจากที่เราได้คุยกัน .. แล้วเธอก็บอกฉันว่า “คืนนี้โอกาสดี แล้วฉันก็ได้ยินว่าคุณอยู่ที่นิวยอร์คนี่ ฉันก็เลยออกมาหา แล้วคุณก็อยู่นี่เอง” ฉันน่ะแบบว่า “คุณต้องเลิกพูดอะไรที่มันโคตรดีแบบนี้ได้แล้วนะ”
.

(ถ้านึกไม่ออกว่า เจอกันเมื่อไหร่ ที่ไหน  HERE และ HERE)

.
J: She’s like your Yoda, which is fantastic. She’s one of the greatest writers ever. She is the most uncompromising, the most radical, the most fearless. She walks her walk and nothing else influences that. I’m so glad we have her. So in the spirit of Patti Smith and all renegades, I say, “Keep it dangerous”, and “Don’t let fear swallow you”. That the message.
/
.
Kristen & Juliette
Born :
KRISTEN :  1990, in LA
JULIETTE : 1973, in LA
.
ชื่อหมาของพวกเธอ :
KRISTEN : Bear, Bernie and Cole
JULIETTE : Teddy
.
Breakout roles:
KRISTEN : Twilight
JULIETTE : Cape Fear
/
การออกกำลัง
KRISTEN : Swimming
JULIETTE : Weight training
.
High-profile parts
KRISTEN : Snow White in “Snow White and the Huntsman”
JUIETTE J: Johnny Depp’s love interest in What’s Eating Gilbert Grape
.
Most desired skills ทักษะความสามารถที่อยากมีมากที่สุด
KRISTEN : Dancing เต้นรำ
JULIETTE : Karate
.
.

The Kristen files

Typical breakfast: “ฉัน เป็นคนที่ไม่ทำอะไรเป็นนิสัย และฉันก็ไม่ใช่คนที่จะตื่นมาทานอาหารเช้าอีกด้วย ฉันเริ่มทำพุดดิ้งเมล็ดเชียร์ (chia seeds)  มันอาจจะฟังดูไร้สาระ แต่มันโคตรเจ๋ง เพราะมันดีมากๆ 
.
Favourite book:  “East of Eden” ของ  John Steinbeck และ ฉันจะอ่านมันอีกหลายครั้งก่อนฉันจะตาย
(เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยน / ppompam)
.
Worst dream: ‘บาง ครั้งฉันฝันว่าฉันตกไปอยู่ในสถานที่เวิ้งว้าง กว้างใหญ่ เพียงลำพัง และ มองอะไรก็ไม่ชัดเจน แรกๆ ฉันก็ชอบเพราะฉันรู้ว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่น แต่เมื่อฉันเริ่มมองไปรอบๆ ฉันก็ตระหนักว่า ฉันไม่รู้ว่าฉันอยู่ที่ไหน และในทันใดนั้น ก็  “ Oh, sh*t!”
.
Exercise of choice: การออกกำลัง : “ฉันมี สระว่ายน้ำเล็กๆ อยู่ในสวนหลังบ้าน การออกกำลังโดยใช้แรงมากๆ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรีเซ็ทความคิดของฉัน
.
Last meal:  “ฉัน ไม่ได้ทำเก่งในการทำอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ฉันชอบทำ ฟิเลท์ สเต็ก ฉันชอบการทำอาหาร แต่ไม่มีใครสอนฉันหรอกนะ มันแค่เกิดขึ้นเอง เพราะฉันดูรายการ Food Network เยอะมากๆ
.
Best ever advice: คำแนะนำที่ดีที่สุด : Patti Smith บอกให้ฉันดูแลปอดให้แข็งแรง …

 


/

HQ / MQ Outtakes – Untagged

 photo Untagged1.jpg

  photo Untagged16.jpg  photo Untagged15.jpg  photo Untagged13.jpg  photo 213.jpg photo Untagged10.jpg  photo Untagged19.jpg

 photo Untagged17.jpg 

 photo Untagged12.jpg  photo Untagged14.jpg

/

.

Digital Scans : iPad Edition

 photo image 21.jpg  photo image 16.jpg

 photo image 19.jpg  photo image 18.jpg

 photo image 17.jpg  photo image 14.jpg

 photo image 20.jpg  photo image 15.jpg

 photo image 13.jpg  photo image 10.jpg

 photo image 5.jpg photo image 4.jpg

 photo image 6.jpg  

 photo image 7.jpg  photo image 12.jpg

 photo image 9.jpg photo image 8.jpg

 photo image.jpg  photo image 3.jpg

.

,

Interview

 photo image 11.jpg

 photo image 2.jpg  photo image 1.jpg    

.

HQ Scans

 photo 5.jpg

 photo 4.jpg  photo 3.jpg photo 2.jpg  photo 1.jpg

 photo scans.jpg

.

  HQ Tagged

  photo Outtake HQ.jpg  photo outtakes HQ2.jpg

,

/

รูป BTS by hairbyadir & Jillian Dempsey

 photo Screen Shot 2015-08-04 at 1.27.19 PM.png

 photo Screen Shot 2015-08-08 at 1.16.39 AM.png

 photo CL2ZcWBUAAEJSt4.jpg

;.

Source : @thsmiths  Via @KStewartBR

Source : slayrs  Via @ksupporting

Digital Scans by @AdoringKS

HQ Untagged by @KJStewDailyNews

Translation : ppompam

.

/.

.

Share

Comments (17)

ขอบคุณค่ะคุณแพม

ขอบคุณสำหรับลิงค์ค่ะ
ชอบรูปใส่เสื้อกล้ามสีดำจังค่ะ เหมือนไม่ได้ถ่ายแบบเลย :)

ขอบคุณมากค่ะคุณแพม

ขอบคุณค่ะคุณแพม

สวยทุกรูปเลยค่ะสาวน้อย ขอบคุณค่ะพี่แพม

ขอบคุณมากค่ะพี่แพม เซตนี้ชอบทุกรูปเลย สวยน่ารักมากๆๆ

เพราะสาวน้อยคนเก่งเป็นตัวเองไม่สนใจใคร เข้มแข็งไม่เหมือนใครนิ่งถึงได้ก้าวผ่านเรื่องราวต่างๆมาได้และประสบผลสพผลสำเร็วด้วยตัวคริสเองจริงๆ ยอดเยื่ยมค่ะสาวน้อย ขอบคุณสำหรับบทแปลค่ะพี่แพมยิ่งอ่านยิ่งหลงรักคริสจริงๆ

[...] อ่านบทสัมภาษณ์ ELLE UK แปลไทยได้ตามลิงค์  HERE [...]

ขอบคุุณมากกกเลยค่ะ

รักเธอจริงๆ

ขอบคุณมากค่ะ บทสัมภาษณ์ยาวและดีมาก ๆ <3 <3 <3

บอกได้คำเดียวค่า ว่าคิดไม่ผิดเลยที่ ติดตามเธอมาตลอด และจะอยู่ ตลอดไปค่า ขอบคุณพี่แพมคะ^^

เธอไม่ได้แค่ภายนอกอย่างเดียว

แต่จิตใจภายในก็ยังเท่อีกด้วย

ขอบคุณค่ะพี่แพม

นักสู้ตัวจริง^^

ขอบคุณมากคะพี่แพม ไม่ได้มาเม้นแสดงความคิดเห็นนานแล้ว แต่พออ่านบทสัมภาสณ์นี้แล้วอดไม่ได้ มันทำให้หนูรู้ว่าเราชื่นชอบคนไม่ผิดจริงๆ ชอบในมุมมอง ความคิดของคริสมาก จะติดตามและให้กำลังใจคริสเตนไปตลอดคะ

เธอเป็นเธอไม่ต้องเหมือนใคร แต่ได้แสดงออกในความเป็นเธอได้อย่างดีเยียม รักที่เธอเป็นเธอตั้งแต่ติดตามเธอมา 5 – 6 ปีที่แล้ว เธอช่างเป็นหนึ่งในผู้สร้างกำลังใจและตัวอย่างที่ดีเยี่ยมเลยล่ะ
บทสัมภาษณ์คราวหน้าจะฝึกอา่นสกิลภาษาอังกฤษแล้วว ขอบคุณพี่แพมมากๆนะคะ ที่คอยแปลให้เราอ่านเสมอ ^__^

[...] Stewart ขึ้นปก ELLE US September 2014 และ ELLE UK ฉบับ September 2015 -2016 [...]

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro