แปลไทย # Digital Scans / Non-Scan of Kristen in ‘Vanity Fair’ France : Sept 2014

15

Category : News

Bangkok @ 20:48 BKKLT

.

  photo VFF_Sept20141.png  photo vf_kristen_couv_7044jpeg_north_300x_transparent.jpg

/

 photo 83898692-b002-46be-9f0e-1d3712b70023.png

.

 photo Screenshot2014-08-27at102759PM.png

.

“ฉันพยายามที่จะไม่ให้มันเข้ามาวุ่ยวายกับฉัน เพราะมันเป็นชีวิตส่วนตัวของฉัน

ตราบเท่าที่ผู้คนคิดว่าพวกเขารู้อะไรเกี่ยวกับมัน แต่พวกเขาไม่รู้แม่งอะไรเลย ..

ใครจะมารู้อะไรได้ยังงัยกัน?”

“อย่างไรก็เถอะ ไม่มีใครรู้อะไร ไม่มีใครแม่งรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

คุณกำลังจะตาย คุณกำลังจะนอนตายเคียงอยู่กับคนที่คุณรู้จักดีที่สุดในชีวิต

กับคนที่คุณใช้ชีวิตด้วยกันมาจนแก่เฒ่า

คุณกำลังนอนอยู่กับพวกเขาในยามดึกดื่นแต่จมอยู่กับความสงสัยใคร่รู้ว่าพวกเขาเป็นใครกัน

เพราะ ไม่มีใครแม่งรู้อะไรจริงๆ”

Kristen Stewart

/

..

 photo vf_kristen_danseuse_2430.jpeg

/

คลิกที่รูปเพื่อขยายใหญ่

 photo vf_kristen_robe_2891.jpeg  photo vf_kristen_portrait_6340.jpeg

//

เมื่อได้ยินเสียงหมาเห่า …

Kristen : เกิดอะไรขึ้นเด็กๆ  ชู่วววว เงียบๆ เกิดอะไรขึ้น ?

VF : ชื่ออะไรกันบ้างน่ะ

Kristen : Bear , Bernie และ Cole พวกเขาเป็นทีมดูแลความปลอดภัย ตัวจริงเสียงจริง ของฉัน

.

 photo vf_kristen_rebelle_3339.jpeg  photo vf_kristen_paillettes_7006.jpeg

/

.,

FULL DIGITAL SCANS  & แปลไทย …. Under the Cut

.

,

/

Kristen Stewart : the rebel

Kristen Stewart … นักแสดงสาวหัวกบฏ

 

ด้วย อายุเพียง 24 เธอมีชื่อสียงโด่งดังเป็นดาราระดับบลอคบัสเตอร์  เธอถูกตามติด ทุกย่างก้าวอยู่ในสายตาของปาปารัซซี่  เธอได้รู้ว่า Hollywood จะมีปฏิกริยาอย่างไรกับคนที่ แค่ต้องการทำอะไรที่พวกเขาปรารถนาอยากจะทำ

หลัง จากเงียบหายไปสองปี นักแสดงสาว หน้าตาไม่บอกอารมณ์  (กับ Papz เท่านั้นหรอกนะ) ก็ได้กลับมาอีกครั้ง  และ กลับมาในรูปแบบที่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เห็นเธอ … ในภาพยนตร์ของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส Olivier Assayas

Kristen Stewart คุยกับ INGRID SISCHY ถึงความเหมือนความต่างระหว่าง Sils Maria และ ชีวิตจริงของเธอ

นักแสดงหญิงที่มาพร้อมกับทัศนคติรูปแบบใหม่ๆ และ มีความกล้าที่จะแหกกฏของฮอลลีวูด ไม่ได้หาได้ง่ายๆ  เมื่อมีใครสักคนหนึ่งกล้าทำ และ ไม่ยอมเล่นตามเกมส์ของฮอลลีวูด  ก็ควรค่าแล้วที่เธอคนนั้นจะโดดเด่นและ เป็นที่สนใจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อนักแสดงสาวคนนั้น เติบโตมาในลอสแองเจลิส เด็กสาวในครอบครัวที่พ่อและแม่ใช้ชีวิต และ ทำงานอยู่ในวงการโทรทัศน์ และ ภาพยนตร์  และ นั่นคือที่มา ที่ทำให้ Kristen Stewart กระโดดเข้ามาโลดแล่นบนจอหนัง

เธอไม่ใช่เด็กสาวจากครอบครัวที่มั่งคั่ง ถูกแวดล้อมด้วยเงินทอง และ ชื่อเสียงของครอบครัว หรืออาศัยอยู่ในคฤหาสน์หรูหราในเบเวอร์ลี่ ฮิลส์

Kristen ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนเด็กธรรมดา แต่มีความอดทนเพิ่มเข้ามาในชีวิต เติบโตมาใน San Fernando Valley  พ่อแม่ของเธอ Jules Mann-Stewart และ John Stewart เป็นคนทำงานในวงการแสดง ไม่ใช่ดารา  พวกเขารู้และเห็นมากับตาของพวกเขาว่า การเป็นดารานักแสดงนั้นจะต้องเจอกับอะไรบ้างที่อาจจะหนักหนาและสาหัส

เมื่อ Kristen ลูกสาวทอมบอยของพวกเขา ที่แต่งตัวไม่ต่างไปจากพี่ชาย Cameron  ชอบสวมแต่กางเกงวอร์ม เสื้อฮูดดี้ ที่เธอสวมออกกำลังที่โรงเรียน ต้องการจะไปคัดตัวแสดง แม่ของเธอ เตือนว่า “แม่ทำงานอยู่กับเด็กพวกนั้น พวกเขาแปลกและบ้ามากๆ หนูไม่ใช่เด็กแบบนั้น”  … แต่ Kristen ก็เดินหน้าตามความฝัน …

เมื่ออายุ 11 เธอได้แสดงเป็นลูกสาวของ Jodie Foster ในภาพยนตร์ตื่นเต้นเขย่าขวัญของ David Fincher เรื่อง Panic Room .. Kristen ไม่เคยแสดงแสดงหนังเด็กวัยรุ่นวัยใสวัยน่ารัก  แต่เป็นเด็กที่คุณพร้อมจะเดินร่วมทางไปด้วยกันแม้จะอันตรายอยู่ข้างหน้า เมื่อสองสามปีก่อน Sischy เคยคุยกับ Jodie Foster  เพราะตัว Jodie เองก็เคยเป็นนักแสดงเด็กที่สามารถก้าวข้ามผ่านกับดักที่อันตรายมาแล้ว Jodie พูดถึง Kristen ว่า

“Kristen ไม่มีลักษณะของความเป็นนักแสดงแบบเก่าๆ เดิมๆ  เธอไม่ใช่เด็กที่เอาโน่นนั่นมาแต่งตัวแล้วขึ้นไปเต้นบนโต๊ะโชว์ให้คุณยายดู แบบนัั้น …Kristen does not have the traditional personality of an actress. She doesn’t want to dance on the table for grandma and put a lampshade on.”

(เปรียบเทียบการเอาที่ครอบโคมไฟมาครอบหัว เหมือนการเอาอะไรต่อมิอะไรมมาเล่นแต่งตัวแล้วขึ้นเต้นโชว์ให้พี่ป้าน้าอาคน ที่บ้านดู ประมาณนั้น/ppompam)

จะมีเด็กสักกี่คนที่จะสามารถบอกได้ เต็มปากเต็มคำว่า เธอโตมากับหมาป่า ซึ่งเป็นกรณีโต้แย้งของครอบครัว Stewart ที่เลี้ยงหมาป่าไฮบริดไว้ในบ้าน …  ซึ่งฟังดูน่ากลัวเข้าไปอีก เมื่อมองถึงบทบาทของ Kristen ใน ภาพยนตร์ 5 ภาคต่อ Twilight .. Bella เด็กสาวที่เป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทกับเด็กหนุ่มร่างกำยำ ที่แปลงร่างกลายเป็นหมาป่า … จะพูดว่า ภาพยนตร์แฟรนชายส์ 5 ภาคนี้  คือเครื่องทำเงิน ก็ยังดูน้อยไป เมื่อคิดถึงจำนวนเงินมหาศาลที่มาจาก twilight

Sischy บอกว่า พูดกันตรงๆ หนัง twilight นี้ออกจะน้ำเน่า แต่ Kristen ไม่เคยแม้สักครั้งที่จะพูดไม่ดี หรือดูถูกหนัง หรือ แฟนๆ ของหนังสือ ดูเหมือนว่า ทั้งเธอและ Robert Pattinson  คนรักของเธอทั้งในจอและนอกจอ จะให้เกียรติแฟนๆ twilight  และ ระหว่างพวกเขาสองคนกันเองด้วยเช่นกัน  

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีรูปเหตการณ์ July 2012 ออกมา มันจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่แสนสาหัส

ต่างกับในฝรั่งเศส.. อเมริกา ชอบทำตัวเหมือนว่าตัวเองเป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม สูงส่ง ซึ่งมันดูน่าหัวเราะในสายตาชาวยุโรป  แต่ เรื่องนี้มันมีอะไรนอกเหนือจากนั้น  … ผู้คนรู้สึกผิดหวัง และ สิ่งที่น่าคิดคือ

Sischy คิดว่า คนที่ผิดหวังในตัวเองที่สุดก็คือ ตัว Kristen เอง  ที่ต้องมาพบตัวเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ‘เกิดขึ้นซ้ำๆ เดิมๆ’ ของ Hollywood  ซึ่งไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเธอ

แต่ความจริงก็ คือ ความเป็น Kristen Stewart  ที่ทำตัวเหมือนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอต่างจากดาราสาวๆ แสนสดใสแบบเกินเหตุ และ สาวๆ ที่สวยเพียบพร้อมสู้กล้องเสมอตลอดเวลา

และ แม้ว่าในเวลานั้น เธอจะมีภาพยนตร์เรื่อง On The Road ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายยุค Beat Generation ของ Jack Kerouac ในปี 1957  ซึ่ง ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ Kristen รักและ ทุ่มเทด้วยหัวใจ และ On The Road ก็กำลังจะเปิดตัวฉายในอเมริกา ตรงช่วงเวลานั้นพอดี  …  Kristen หายหน้า หายตา เงียบหายไปจากเรดาร์ของสื่อนานนับเดือน จนกระทั่ง ในเวลาต่อมาหลังจากนั้น ซึ่ง Kristen ได้ย้อนพูดถึงมันว่า

“I got off this huge wave and said, I’m going to go in for a bit. I’m going to come back out later…  ฉันหลีกลี้ไปจากคลื่นยักษ์ที่ถาโถม ขอไปพักสักชั่วครู่ แล้วฉันก็จะกลับมาในภายหลัง”

และ เวลานั้นได้มาถึงแล้ว เธอกลับมาด้วยภาพยนตร์ที่อยู่ในมืออย่างน้อย 5 เรื่อง ที่ถ่ายทำเสร็จแล้ว และ ยังมีที่กำหนดจะถ่ายทำและออกฉายอีกในปีหน้า

มาเริ่มกันด้วยเรื่อง Clouds of Sils Maria ของผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่เฉียบแหลม และโด่งดัง Olivier Assayas  ในภาพยนตร์เรื่องนี้ Kristen ได้แสดงให้เราได้เห็นว่า เธอสามารถหัวเราะให้กับตัวเองได้อย่างไร  มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นของฝรั่งเศส เช่นเดียวกับนักแสดงชาวอเมริกันก่อนๆ หน้าเธอ นับตั้งแต่ Gertrude Stein จนถึง James Baldwin  และ Nina Simone ที่เข้ามาในวงการแสดงของฝรั่งเศส เพื่อค้นหาอิสระเสรี ของตัวเอง และ Kristen ได้พบกับความเป็นตัวเธออีกครั้ง กับผู้กำกับและนักเขียนชาวฝรั่งเศส Olivier Assayas

ขอกล่าวไว้ก่อน ว่า คุณจะสังเกตเห็นได้ถึงบางอย่างที่ผิดไปจากปกติ กับ the cover story เรื่องเล่าจากปกของ Vanity Fair ฉบับนี้  นั่นคือ การสัมภาษณ์ .. ด้วยธรรมเนียมปฏิบัติในการสัมภาษณ์แบบ นิตสารเพลย์บอย หรือ ในแนวการสัมภาษณ์ของ Andy Warhol  เมื่อครั้งที่เขาเริ่มก่อตั้ง นิตยสาร Interview  และ เขาต้องการจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง จากปากของคนที่เขาสัมภาษณ์ ที่เขาเรียกว่า “the horse’s mouth”

เขาบอกว่า “นั่นคือตอนที่ผมได้เจอกับ Stewart เป็นครั้งแรก ตอนนั้นเธออายุ 12 เพิ่งเริ่มเข้าวงการ และ ผมยังเป็นบรรณาธิการ นิตยสาร Interview  ตอนนั้นผมคิดว่า “เด็กคนนี้ค้นพบตัวเธอเองแล้ว ..This kid’s got her own voice.”

และ เธอ ก็ยังเป็นเธออยู่เช่นนั้น  แม้ว่าปกติแล้ว Vanity Fair France จะมีกฏเกณฑ์ที่จะไม่สัมภาษณ์ แต่ เราก็ได้ฉีกกฏนั้น  Kristen Stewart คือ คนหัวรั้นตัวจริง  และเธอก็มีประโยคของเธอเวลาที่เธอทำอะไรฝืนกฏเกณฑ์ เธอจะพูดว่า

“I put on my nope mitts.” .. คือ เหมือนกับการสวมถุงมือที่มีนิ้วโผล่ออกมานอกไหมพรม … “ฉันยังอยู่ในกฏเกณฑ์นะ เพียงแค่แหวกมันออกมานิดหน่อย” 

แต่ Vanity Fair เองก็เป็นคนหัวรั้นเช่นกัน  ดังนั้น เราสองคนก็รวมหัวกันแหวกกฏ … คุย และ หัวเราะ ด้วยกัน

… …

.

… นี่แค่อรัมภบท ฝนตกรถติด นั่งแปลในรถ ด้วย  iPad  .. เวียนหัวชวนคลื่นไส้

…. มีต่อจากนี้ ด้วยความยาว อีกสามเท่า …

ใครไม่อยากรอ ไปอ่านภาษาอังกฤษได้ตามลิงค์ค่ะ

Vanity Fair France : September 2014

เมื่อแปลเสร็จทั้งหมด จะแจ้งทาง facebook / Twitter จะได้มาอ่านกันต่อ

/

Source : VanityFairFr.

Translation : ppompam

.

/

HQ

/
imagebam.com imagebam.com

.
imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com

Large

.
imagebam.com imagebam.com
imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com imagebam.com

.

Source : Scans by Korita05   Via KStewartfans

/

.

Share

Comments (15)

แค่อรัมภบท ก็เริ่มสนุกแล้ว รอได้ค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ

…ศรัทธาคุณแพมจริงๆค่ะ กรุณาแปลบทสัมภาษณ์ที่แสนยาวเหยียด
ให้พวกเราได้ทราบซึ้งและมีอรรถรสกว่าแปลมั่วๆด้วยตัวเอง5555
แถมแปลด้วยiPadในรถอีก คงวิงเวียนปวดหัวน่าดูนะคะ ขอยกนิ้วโป้งทั้ง2นิ้วให้ค่ะ
คุณสุดยอดจริงๆ…ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะคุณแพม

ตรงไปตรงมาชัดเจนเป็นตัวของตัวเองชอบเวลาอ่านบทแปลท่ีพี่แพมแปลบทสัมภาษณ์ของสาวน้อยมากย่ิงได้อ่านย่ิงเหมือนได้สัมผัสตัวตนจริงๆของคริสมากเป็นคนเก่งต้ังใจทำงานและไม่สนใจส่ือก๊อตซิบต่างๆเข้มแข็งและคริสก็สามารถผ่านปัญหาต่างๆก้าวผ่านได้รอให้กำลังใจกำหนังท่ีกำลังจะฉาย และทุกผลงานของคริสค่ะ ขอบคุณค่ะพี่แพมสำหรับบทแปลไทยมาให้อ่านพักผ่อนรักษาสุขภาพด้วยน่ะค่ะ

ขอบคุณค่ะ. หนูคริสพูดได้ดีค่ะ. เป็นตัวของตัวเอง ตรงๆๆ ไม่มีมารยา รออออ่านตอนต่อไปค่ะ ไม่เก่งเรื่องภาษา5555

ว้าว แค่อรัมภบท ก็สนุกน่าติดตามที่สุดเลยค่ะ อ่านที่คุณแพมแปลแล้วทำให้เรา มีความรู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดและเข้าถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริง ของ สองหนุ่มสาวมากๆค่ะ เพราะเธอเป็นเธอ แบบนี้ล่ะนะคะเราถึงได้รักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้น เต็มที่กับงาน ในเวลาส่วนตัวก็คือส่วนตัวจริงๆ ยากนักที่ใครจะเข้าถึง ทีมรักษาดูแลความปลอดภัย ตัวจริงเสียงจริง ของหนูคริส นี่คงน่ากลัวสุดๆๆเลยนะคะนั่น อ่านไปนึกถึงหน้าเจ้าสามตัวนั้นไปด้วย แอบคิดถึงคร่าา “เพราะ ไม่มีใครแม่งรู้อะไรจริง” สะใจ ประโยคนี้ของคริส ที่สุดค่ะ ขอบคุณมากๆๆถึงมากที่สุดเลยนะคะคุณแพม ที่กรุณาสละเวลา มาแปลไทยให้เราได้อ่านและเข้าใจถูกต้องตรงกัน แปลเองก็อย่างว่านะคะ แบบงูๆปลาๆ ความหมายเปลี่ยนซะส่วนใหญ่คร่า รอติดตามตอนต่อไป เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นนะค รอได้เสมอ ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณแพม<3

เจ้าของเวปน่ารักน่ารักใจดีที่สุดเวลายิ้มก็น่ารักสวยด้วยล่ะค่ะ
อ่านจบแล้วค่ะ ชอบนะคะสัมภาษณ์สาวน้อยเล่มนี้
ขอบคุณมากๆๆๆๆๆที่สุดในโลกเลยค่ะคุณแพม

ขอบคุณค่ะคุณแพม

ขอบคุณมากนะคะพี่แพมมมมมมมมมมมมมมมมมมม….

โอ้ววมันช่างยาวเหยียด นึกว่าจบแล้ว แต่ยังมีอีกเยอะมากคะ ค่อยๆแปลนะคะ พักผ่อนมากๆ
อ่านแล้วได้ย้อนประวัติคร่าวๆของคริสกันเลยทีเดียว ละเอียดดีคะ
ขอบคุณค่าพี่แพม :) <3

แค่อรัมภบทก็สนุกแล้วค่ะ ชอบคนเขียนบทสัมภาษณ์นี้จัง บรรยายได้ดีมาก

คุณแพมขา รอค่ะจะรอ เพราะอ่านเองไม่ได้อรรถรสเท่าที่คุณแพมแปลมาค่ะ แถมบางทีก็มีตัวหนังสือสีชมพูให้ได้ยิ้มปลื้มแค่นี้ก็มีความสุขมากค่ะอยากจะบอกว่าแฟชั่นชุดนี้ของหนูคริสเลิศมากค่ะ ต้องหาทางหาหนังสือมาเก็บมาอ่านเพื่อเป็นของตัวเองอีกเล่มนึงแล้วหล่ะค่ะขอบคุณมากนะคะที่สละเวลาแปลให้อ่านตลอด เดินทางปลอดภัยทุกครั้งนะคะ

เพิ่งเข้ามาดูใหม่ อ้าว คอมเมนท์ไปไม่หมดอีกแว้ว
“I put on my nope mitts.” คำนี้สมกับเป็นคริสจริงๆ ค่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆ ค่าพี่แพม

Vanity Fair เล่มนี้คงเป็นอีกเล่มที่รักสุดๆแน่ๆค่ะ นอกจากคริสจะสวยมากๆๆๆๆๆแบบเห็นแล้วละลาย บทความ บทสัมภาษณ์ก็ดีด้วย ก็เข้าใจว่าการพูดถึงเหตุการณ์นั้นอาจจะเพื่อยอดขายหรืออะไรก็ตามแต่ แต่ครั้งนี้ที่ได้อ่านการเขียนถึงเหตุการณ์นั้นมันไม่ได้เป็นการตอกย้ำให้คริสดูแย่เหมือนที่เล่มอื่นๆทำ เพราะจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นและคริสก็บอกแล้วว่า “เพราะ ไม่มีใครแม่งรู้อะไรจริงๆ” …. รักสาวน้อยคนนี้จัง <3
ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะพี่แพมม ^_____^

ขอบคุณค่ะ คุ้มค่ากับรูปสวย ๆ และสัมภาษณ์ยาวเหยียด
รอได้ค่ะ คุณแพมพักผ่อนมาก ๆ นะคะ <3

ใช่จริงๆค่ะ ไม่มีใครรู้อะไรในชีวิตเราจิงๆ เท่าตัวเราเอง
และสตีวี่น้อย้เองก้อรู้จักตัวเองดีที่สุด เลือกและเดินในทาง ความฝันของตัวเอง ไม่ต้องเหมือนสาวน้อยแบ๊วๆ ในแนวที่ฮอลลีวูดต้องการ
ทางที่เธอเลือก เต็มไปด้วยความฝัน ความตั้งใจที่ดีงาม
เลิฟๆ สตีวี่น้อย จริงๆค้ะ
ขอบคุณพี่แพมมมค่ะ

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro