Kristen Interviews with The Daily Beast / Newsweek

27

Category : News

Bangkok @  14:24 BKKLT

..

เวลาที่มีแต่ข่าว Rob และ Cosmopolis ก็ร่ำร้องอยากอ่านข่าว Kristen 

มาตอนนี้  มีแต่ข่าว OTR ..  ก็มันเป็นช่วงโปรโมท OTR ก็ร่ำร้องอยากอ่านข่าว Rob .. 

ที่สำคัญในเมื่อไม่มีข่าว Rob  แล้วจะให้ทำอย่างไร.. จะให้นั่งเทียนแต่งข่าวเองหรือไรกันหนอ ..

ช่วยย้อนกลับไปดูตอนช่วง Bel Ami , WFE  หรือ Cosmopolis หน่อยเถอะ…

แทบจะกิน Rob แทนข้าวสามมื้อ …

และถ้า ข่าวลือ เป็นความจริง

สัปดาห์นี้เราอาจจะได้เห็น Rob ไปถ่าย Photoshoot ที่ New York  # ยังไม่มีคำยืนยัน

.

.

New Kristen Interview with The Daily Beast /Newsweek

.
Photobucket

.

จำได้ไหมคะ  เมื่อต้นเดือนได้โพสท์ไปแล้วว่า Kristen ป่วยเป็นไข้หวัด >>  Kristen’s a No-Show at ‘OTR’ The Wrap Screening : Dec 05,2012

Kristen ได้ให้สัมภาษณ์กับ  TheDailybeast /newsweek  ในร้านอาหารชานเมือง Los Angeles แถบ Los Feliz ละแวกบ้านของเธอเอง ไกลพอที่จะหลบเลี่ยงเลนส์จากกล้องของพวก papz

ตารางงานการโปรโมทของ On The Road  แน่นมาก และ Kristen ก็พยายามทำอย่างดีที่สุดเท่าที่ร่างกายจะอำนวย  “เมื่อคืนนี้ฉันป่วยเป็นไข้หวัด ก็เลยไปร่วมงาน On the Road screening ไม่ได้” เธอบอกด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด  ปกติแล้ว ฉันจะไม่ค่อยรู้สึกแย่มากเท่าไหร่นัก ถ้าพลาดงานแถลงข่าวกับสื่อ แต่นี่ฉันรู้สึกไม่ดีเอามากๆ เพราะฉันอยากทำทุกอย่างที่สามารถจะทำได้เพื่อหนังเรื่องนี้  มันพิเศษและมีความหมายกับฉันมาก”

.

.
Translation : ppompam
.
.
.
นักแสดงสาวอายุ 22 ที่ถูกขุดคุ้ยชีวิต รุมจวกสับ ประณาม ว่าร้าย แล้วแต่คำว่า vilify จะแปลได้เลวร้ายแค่ไหน จากพวกแทบลอยด์ กับเหตุการณ์เดือน July  ..  นักแสดงที่มีรายได้สูงสุด  นักแสดงที่ปฏิเสธการก้มหัวจูบดินต่อความโด่งดัง และวิถีทางของคนดังในฮอลลีวูด  เราได้เห็นสายตา และท่าทางที่ประหม่า อึดอัด เอียงอาย กังวล เกือบทุกครั้งบนพรมแดง หรือในการสัมภาษณ์ต่างๆ  เราเห็นภาพเหล่านี้ของเธอบ่อย และเยอะเท่าที่สื่อจะนำความเป็นคนดังระดับ  A-Lister มาออนแอร์
.
แต่ตัวตนของเธอจริงๆแล้ว .. Kristen Stewart  เธอก็เหมือนเด็กสาวอายุ 20 กว่าๆทั่วไป  สวมยีนส์ รองเท้าผ้าใบ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าหลวมๆ ..

“มันไม่ได้แย่หรือร้ายแรงแต่อย่างใดถ้าคุณไม่ได้เป็นที่รัก หรือถูกเกลียด  .. แต่ด้วยความสัตย์จริง  ฉันไม่แคร์มันเลย เพราะว่า (การถูกรัก หรือ เกลียด) ไม่ได้หยุดยั้งฉันจากการทำงานหรือทำอะไรต่อมิอะไรของฉัน  และฉันขอโทษทุกคนที่ฉันทำให้พวกเขาโกรธ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเป็นแบบนั้น” (พวก tabs ตัดเฉพาะประโยคนี้ แล้วนำไปตีความหมายว่า Kristen ตั้งใจขอโทษ และยอมรับเรื่อง the Rupig Incident และคนอ่านก็เชื่อตาม เพราะคุณไม่รู้ว่าทั้งหมดของบทความเป็นอย่างไร คุณอ่านทั้งหมดของสัมภาษณ์เสียก่อน เธอไม่ได้พูดถึงเรื่องส่วนตัว เธอพูดถึง OTR และการไม่เป็นที่รักของคนบางคนในเรื่องทั่วไปต่างหากเล่า.. /ppompam)

ผลงานของ Jack Kerouac เรื่อง On the Road ในยุคสมัยการแสวงหา a beatnik  เป็นนวนิยายคลาสสิคสำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาวในยุคทศวรรษ  ’40s และ ’50s, ซึ่งนั่นคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

Stewart ยอมรับว่า เธอตกลงรับแสดงเรื่องนี้ตอนอายุ  17 ก่อนที่ Twilight ภาคแรกจะเริ่มถ่ายทำเสียอีก นั่นเป็นเพราะ  Sean Penn ผู้กำกับเรื่อง Into the Wild ที่เธอแสดง ได้แนะนำให้  Catherine Hardwicke  ผู้กำกับ Twilight รู้จัก Kristen และทำให้เธอได้รับบท Bella Swan และ  Alejandro González Iñárritu ผู้กำกับหนังเรื่อง  21 Grams ของ ฌอณ เพนน์ อีกนั่นเอง ที่แนะนำให้ ผู้กำกับ Walter Salles  รู้จักกับ Kristen และคัดตัวเธอมาแสดง  On the Road ในที่สุด

Kristen ได้รู้จัก และ อ่านหนังสือเรื่อง  On The Road ขณะที่เธอเรียนปีแรกชั้นมัธยมปลาย และเธอบอกว่า “มันเปลี่ยนชีวิตฉัน”

สำหรับการเตรียมตัวเพื่อที่จะรับบทของ Marylou , Kristen ได้ไปพบและคุยกับลูกสาวของ LuAnne Henderson (Marylou ในชีวิตจริง)  และช่วงหน้าร้อนปี 2010 ก่อนที่จะถ่ายทำ On The Road เธอก็ได้ออกไป Roadtrip จาก Los Angeles ไปยัง Ohio  พร้อมกับเพื่อนๆอีกสองคน

“มีกลุ่มเด็กๆเยอะมากตามที่พักข้างทาง เหมือนกลุ่มทีมวอลเลย์บอลมาจอดรถแวะพักอย่างนั้นแหละ ฉันน่ะแทบจะมุดไปหลังพุ่มไม้(กลัวคนจำได้) เราหยุดแวะกันที่ร้าน Hooters ที่ Amarillo ใน Texas เพราะว่ามันมีรูปปั้นม้าตัวใหญ่อยู่ที่หน้าร้าน  เราซื้อเนื้อตากแห้งเยอะมาก และได้มองวิวทิวทัศน์ที่ค่อยๆเปลี่ยนจากสีส้มไปเป็นสีเขียวมันเป็นอะไรที่สุดยอดมากจริงๆ

(ฉันเข้าใจว่า Kristen หมายถึงการ ขับรถจากพื้นที่แถบทะเลทราย ฝั่ง West จาก  L.A. , Nevada , Texas ขึ้นไปยังพื้นที่ที่ชุ่มชื้นด้วยสีเขียวมากกว่าอย่าง Ohio ในฝั่ง East   .. ย้อนกลับไปหาอ่านเรื่องราว Roadtrip และ รูปของเธอที่ร้าน beef jerky  ของ Kristen ได้ในเวป เมื่อปี 2010 ค่ะ /ppompam)

วงการ Hollywood ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับ Kristen  เพราะ แม่ของเธอ  Jules Mann-Stewart เป็นสคริปท์ ซุปเปอร์ไวเซอร์ และพ่อของเธอก็เป็น stage manager เธอโตมาในกองถ่ายภาพยนตร์  “ฉันยังจำได้ตอนเด็กๆ ที่ฉันอยู่ในกองถ่ายเรื่อง Little Giants และคิดว่านั่นมันเป็นสิ่งที่เจ๋งที่สุดแล้ว .. และฉันยังแอบชอบ Devon Sawa อีกด้วย” (พระเอกเรื่อง Final Destination ภาคแรก)

แม้ว่า Kristen จะไม่ได้รู้สึกอยากจะเข้าวงการแสดง แต่ความสามารถของเธอก็ถูกค้นพบเมื่อเธอขึ้นแสดงบนเวที ในเพลง  “Dreidel”  ในงานโรงเรียน ตอนอายุ 8 ขวบ  มีเอเจนท์ที่นั่งอยู่ในหมู่ผู้ชมและผู้ปกครอง และได้เข้าไปถามเธอหลังจบการแสดงว่า เธออยากแสดงหนังไหม Kristen ตอบ ‘Yes’  หลังจากหนึ่งปีของการคัดตัวแสดงมากมาย มีรายเดียวที่คัดเธอมาแสดงก็คือโฆษณารถ Porsche  / สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู >>  New Super Cute Pics of Kristen with Friends !!

,

“หนึ่งปีหลังจากที่ไม่ได้รับการจ้างเลย ฉันก็ตัดสินในว่า  F–k it .. ช่างแม่ง ฉันจะไม่ให้แม่ต้องขับรถไปทั่ว L.A. เพื่อพาฉันไปคัดตัวอีกต่อไปแล้ว”  Kristen บอก (นั่นคือความคิดของเด็ก 9 ขวบนะคะ) “และฉันก็กังวลประสาทเสียกับทุกๆออดิชั่น มันทำเอาฉันแทบตาย และฉันก็ยังมีอีกหนึ่งออดิชั่นที่นัดไว้ และแม่ก็บอกว่า ‘นับถือตัวอีกสักนิด และไปทำครั้งสุดท้ายของหนูให้สมบูรณ์’ และนั่นก็คือเรื่อง The Safety of Objects  ถ้าฉันไม่ได้รับการคัดตัวแสดงเรื่องนั้น ฉันคงยอมแพ้และพอกับมันจริงๆ” … (ทำให้ฉันย้อนคิดไปถึงหนุ่มอังกฤษ ที่เกือบจะยอมแพ้ไปแล้ว ถ้าไม่ได้รับการคัดตัวเรื่อง Twilight และเราก็คงไม่มีวันนี้ /ppompam)

ปีต่อมา เธอได้รับการคัดตัวแสดงเป็น ลูกสาวที่เป็นโรคลมชัก /ลมบ้าหมู ของ Jodie Foster  ในหนัง thriller ของ David Fincher  เรื่อง Panic Room  หนังถ่ายทำเสร็จใช้เวลา 8 เดือน และผู้กำกับได้ให้ Kristen แสดงฉากตอนเป็นลมชักหลายครั้งมาก และทำให้เส้นเลือดฝอยในตาของเธอแตก

จากนั้นก็มีหนังอินดี้อีกสองสามเรื่องตามมา และในระหว่างการถ่ายทำ Kristen ก็สำเร็จเรียนจบ high school จากการเรียน home schooling (Kristen ไม่ได้เรียนจบรับประกาศนียบัตรระหว่างการถ่ายทำ Eclipse อย่างที่ Twilight Facebook ของไทยบอกไว้นะคะ /ppompam)  จากนั้น Twilight  ก็ออกฉายในปี 2008 .. และทุกอย่างก็เปลี่ยนไป …  ทำให้ Kristen Stewart กลายเป็น A Global Superstar ในวันนี้ 

แต่ความโด่งดังคับฟ้า ก็นำมาซึ่งการถูกขุดคุ้ยติดตามทุกย่างก้าว

สื่อมีเดียต่างๆ พากันติดตาม ขุดคุ้ยชีวิตส่วนตัวของเธอทุกตะเข็บ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอยิ่งต้องการหลบเลี่ยง และถึงกับหลบซ่อน “มันก็น่ารำคาญอยู่นะที่เหมือนกับตัวเองถูกจัดระเบียบ แบ่งแยก แบบ จากกล่องใบหนึ่งไปยังกล่องอีกใบหนึ่ง  อย่างเช่นตอนนี้ .. มันบ้ามากๆ เพราะเรานั่งอยู่กันในร้านอาหาร (แต่ก็ยังต้องหลบซ่อน)”

“แต่ฉันก็ออกไปไหนมาไหนมากขึ้นนะตอนนี้ ฉันเริ่มรู้จักปิดกั้น และระวังตัว  และฉันกำลังล้ากับการเข้าไปอยู่ใน(สายตาของ)โลกบ่อยมากขึ้นด้วย”

และตอนนี้ twilight ก็ปิดฉากลง Kristen กำลังจดจ่ออยู่กับผลงานใหม่ๆ ของเธอ รวมทั้งเรื่อง Focus ซึ่งจะเปิดกล้องถ่ายทำในเดือนเมษายนหน้า  เมื่อถามว่า เธอรู้สึกเหมือนถูกบทบาทของ Bella ถ่วงเวลา หรือเหนี่ยวรั้งเธอไว้หรือเปล่า .. เธอหยุดคิดนานก่อนจะตอบ …

“สิ่งเดียวที่ฉันรู้สึกโล่งอกเมื่อพูดถึง twilight  นั่นคือ เรื่องราวทั้งหมดได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ​.. ฉันเริ่่มทุกๆโปรเจคท์ก็เพื่อที่จะทำให้แ_่ง สำเร็จเสร็จลง  และการที่ต้องขยาย (รวมทั้งเรื่องทางกายภาพ จิตใจ ความรู้สึกเกี่ยวกับหนัง) ออกไปอีก 5 ปี เพื่อดัดแปลงแต่งเติมช่วงเวลาที่มีค่าในหนังสือทั้ง 4 เล่ม  มันยิ่งทำให้ฉันกังวลอย่างไม่มีจุดจบ .. แต่ตราบใดที่มุมมองของผู้คนที่มองมาที่ฉันมันไม่ได้หยุดยั้งฉันจากสิ่งที่ฉันต้องการทำ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย” (เธอหมายถึง ไม่ว่าอะไรก็ไม่สำคัญในเมื่อเธอไม่แคร์ว่า มุมมองของผู้คนที่มีต่อเธอจะเป็นอย่างไร ในเมื่อมันไม่สามารถหยุดยั้งเธอจากสิ่งที่เธอต้องการทำได้เลย)

.

.

Thedailybeast /newsweek Via @KstewAngel

Translation : ppompam

.
.
.
Share

Comments (27)

โธ่ ๆๆๆ ใครกันหนอ ที่ช่างบ่น ..
ข่าวใครก้อดีทั้งนั้นค่ะ พี่แพม แต่ตามประสาคนรักและเป็นแฟนคลับ ของทั้งคู่ ก้อเลย บ่นไป ตามประสา ค่ะ ขอแค่เป็น ข่าวของ 2 คน นี้ จะเป็นใครช่วงไหน อะไร ยังไง ก้อ ดีใจแล้วค่ะ แล้วก้อจะเป็นแฟนคลับ
อย่างนี่ตลอดไป ค่ะ และก้อ ขอขอบคุณ พี่แพม สำหรับ ทุก ๆ ข่าว และ ทุก ๆ คำ แปล ที่ได้มาโพสลงในเวป นี้ ให้แฟน คลับ อย่างหนูได้ อ่าน ได้ รุ้ ได้เห็นก้อเป็นพระคุณอย่างสูง แล้ว ค่ะ ขอบคุณ มาก ๆๆ จากใจจริงน๊ะค่ะ

จำได้ว่าช่วงbel amiข่าวร๊อบเยอะมากจนคิดถึงคริส แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณพี่แพมไม่ว่าจะเป็นข่าวของร๊อบหรือคริสก็ดีใจคะ ดีกว่าช่วงที่ไม่มีข่าว เป็นอะไรที่เหงามาก
ชอบข่าวอันนี้คะ ชอบที่ได้รู้เรื่องราววัยเด็กของคริส กว่าจะเป็นได้ขนาดนี้ต้องอาศัยความอดทนถ้าวันนั้นไม่ไปคัดตัวไม่รู้ว่าวันนี้คริสจะเป็นอย่างไรจะได้เล่นหนังเรื่องอื่นๆตามมาอีกหรือไม่ก็ ล้มเลิกความตั้งใจไปซะก่อน
ขอบคุณพี่แพมคะ

คงเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสม และโชคชะตาที่ทำให้เธอโด่งดัง และทำให้เราได้รู้จักและรักเธอในวันนี้^^
ช่วงไหนมีหนังของใครฉายก็ธรรมดาที่จะมีข่าวของคนนั้นมากหน่อย แต่ไม่ว่าข่าวของใครในสองคนนี้ก็จะคอยติดตามเสมอค่ะ แต่ถ้าเป็นข่าวร่วมกันของทั้งคู่ก็จะยิ่งชื่นใจค่ะ :D
ขอบคุณค่าพี่แพม

จะข่าวใคร-ช่วงไหนเยอะกว่ากันก็ไม่สำคัญเท่าเราได้ติดตามทุกผลงานและทุกเรื่องราวของทั้งคู่ค่ะ…คริสรักOTRมากจริงๆ ขนาดป่วยยังรู้สึกผิดที่ไปร่วมงานไม่ได้ คงจะเสียดายน่าดูเลยนะค้า สาวน้อยผ่านผลงานการแสดงมามากมายตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อย..จนปัจจุบันมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ก็ยังคงทำตัวเหมือนคนธรรมดาทั่วไป ไม่หลงไหลไปกับชื่อเสียง น่าชื่นชมมากๆค่า

ขอบคุณค่าพี่แพม

ยิ่งอ่านบทสัมภาษณ์..มากเท่าไหร..ก็ยิ่งทำให้รู้จักตัวตนของ
สาวน้อยคนนี้เพิ่มมากขึ้นจริงๆ…และสัมผัสได้ถึงทุกๆความตั้ง
ความทุ่มเทที่มีต่องานๆทุกๆงานที่เธอทำ..จนถึงขั้นที่ต้องเจ็บ
ตัวจริงๆกันเลย..เจ๋ง..ตั้งแต่เด็กเลยค่ะสาวน้อย :)

สองคนนี้เค้ามีโมเม้นท์นั้นเหมือนกันเลยนะค่ะ..ต่างกันตรงช่วง
อายุ..ถ้าทั้งคู่ยอมแพ้ตั้งแต่นั้นมา..เราๆทั้งหลายคงไม่มีโอกาส
ได้มาพูดคุยกันผ่านบ้านหลังนี้แน่นอน..ดีใจที่สุดที่มีวันนี้..ที่ได้รู้
จักทั้งคู่..ผ่านบ้านคุณแพม

ก้าว..ต่อไปนะค่ะสาวน้อย..ใครๆเค้าจะคิด..เค้าจะมองเรายังไง
ใครจะสน..เป็นตัวของตัวเอง..ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง..เป็นคริสเต็น
แบบนี้แหละที่เรารักและจะรักตลอดไป ^^

ขอบคุณมากค่ะคุณแพม :)

คริสเป็นสาวน้อยที่จริงจังในสิ่งที่ตัวเองทำเหลือเกิน

ขอชื่นชมจากใจ อายุแค่นี้ แต่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าคนโตๆหลายๆคนเลย

สู้ต่อไปนะ สาวน้อย

ขอบคุณค่ะ ท่านเจ้าบ้าน

ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ยาว ๆ นี้ค่ะ กว่าจะประสพความสำเร็จทุกคนก็ต้องพยายามทั้งนั้น ฌอน เพนน์ เป็นคนที่สร้างโอกาสดี ๆ ให้คริสหลายครั้งเลยนะคะ

ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ของคริสมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้ข้อคิดในการดำเนินชีวิตค่ะ
ที่เข้าใจโลกมากขึ้น เธอมีความคิดที่ยอดเยี่ยมมาก การที่เธอไม่แคร์ว่าใคร
ที่ไม่ชอบเธอ จะว่าเธออย่างไรเธอไม่สน เธอคิดถูกแล้วเพราะการใส่ใจ
กับคำพูดของคนอื่นมากไป ชีวิตจะไร้สุข เพราะคนที่พูดหรือวิจารณ์เธอ
ไม่ได้รู้ตัวตนจริงๆของเธอเลยสักนิด…

ขอบคุณพี่แพมมากๆค่ะ ที่แปลให้พวกเราได้รับรู้และได้เข้าใจในตัวตนของคริสมากขึ้นค่ะ

สุดรักเลยค่ะคนนี้ .. ขอบคุณมากๆค่ะพี่แพมสำหรับบทความดีๆ ^_^

เป็นบทแปลที่ยาวมากๆ และต้องตั้งใจอ่านเพราะไม่อยากพลาดอะไรไป
(คุณแพมอุตส่าห์แปลและเรียบเรียงอย่างดี ไม่อยากตีความหมายผิดๆค่ะ ^^”)
แทบจะเป็นบันทึกชีวิตของคริสเลยนะคะ ทั้งแต่ก่อนเข้าวงการ เริ่มเข้าวงการ ปัจจุบัน ไปถึงแนวทางในอนาคตของเธอ เราได้รู้ที่มาที่ไปกว่าจะมาเป็นเธอในวันนี้
ลูกเป็ดน้อย Kristen ค่อยๆพัฒนาเป็นหงส์สาวแสนสวยที่พยายามจะมีชีวิตแบบธรรมดาในวันที่เธอโด่งดังคับฟ้า มันยากนะ แต่เธอก็เรียนรู้และปรับตัวและเติบโตอย่างเข้มแข็ง เดินต่อไป ก้าวต่อไปอย่างมีความสุขนะสาวน้อย เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าชีวิตเธอจะต้องงดงาม เต็มไปด้วยความสุข และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็จะยังเป็นดาราสาวที่เราปลื้มและชื่นชม…เสมอไป…

รักเด็กสาวคนนี้ รักมากขึ้นทุกๆวัน ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์แล้วยิ่งรักในความเป็นเธอนะคะ
สู้ๆนะสาวน้อย ^^

ขอบคุณพี่แพมมากๆนะคะ สำหรับการแปลบทสัมภาษณ์ที่ยาวเหยียดในครั้งนี้ ขอบคุณจริงๆค่ะพี่แพม :)

เป็นสาวช่างคิดและมีความเป็นตัวเองสูงมากค่ะ ชอบคริสตรงนี้เลย หนักแน่น เชื่อมั่นในตัวเองดีค่ะ เป็นคุณสมบัติที่ดีของดารา Hollywood เพราะต้องเจอข่าวคาวตลอดเวลา ถ้าเชื่อว่าตัวเองทำดีและไม่เดือดร้อนใคร ก็เห็นด้วยค่ะเดินหน้าต่อโลด ขอให้คริสประสพความสำเร็จในทุกสิ่งค่า
ขอบคุณพี่แพมมากค่ะที่แปลให้ได้อ่านกันง่ายขึ้นเสมอเลยค่ะ

คนที่มีความรับผิดชอบสูง มักสามารถทำงานได้หลายอย่าง
บริหารจัดการได้ดีมาก ประสบผลสำเร็จเป็นเลิศ ยกนิ้วโป้ง
(มือนะ.อิอิ)ให้สองนิ้วเลยค่ะ เพราะตัวเราเอง บางครั้งก็ทำผิดบ้าง
ถูกบ้าง ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ซึ่งก็ถือว่าเป็นคนธรรมดา ๆ สามัญ และ
ชอบ..อะ ไปไหนก็มีเสื้อ,มีเนื้อตากแห้งอร่อย ๆ มาฝากใครก็ไม่รู้
คิดแค่นี้ ชีวิตก็มีความสุขแล้วจ้า ขอบคุณนะคะคุณแพม

ต้องเข้าใจค่ะว่าข่าวมาเป็นช่วงๆต้องดูตามตารางงานของทั้งสองคน..แต่ไม่ว่าจะข่าวใครคริสหรือร๊อบก็ชอบอ่านและติดตามเสมอ^^
คริสทุ่มแท่กับกาทำงานมากเลยนะค่ะ..ยิ่งอ่านแล้วก็ยิ่งรักเธอ^^
ขอบคุณค่ะพี่แพม^^

อ่านสัมภาษณ์น้องคริสทีไรก็นึกสงสารน้องคริสที่ต้องอึดอัดในการใช้ชีวิต ก็เพียงแค่รักการแสดง และอยากให้ผลงานของตัวเองให้แฟนๆ ได้ชื่นชมเท่านั้นเอง ทั้งทุ่มเททุกสิ่งอย่างอีกด้วย อดทนไว้นะจ๊ะพวกเราเป็นกำลังใจให้เสมอและสักวันน้องคริสก็จะชินและหาจุดยืนที่มีความสุขได้เองจ๊ะ เรื่องของทั้งคู่ก็ดีหมดแหละค่ะ ไม่มีเบื่อดูทุกวันทุกเวลาที่ว่างเลยค่ะ ขอบคุณพี่แพมเป็นที่สุดดดดดดดดดดดด เลยค่ะ

ขอบคุนค่ะสำหรับข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวของ rob หรือ kristen ก็จะติดตามต่อไปค่ะ ที่ถามหาข่าว rob แค่บ่นเฉยๆค่ะ แบบว่าคิดถึงๆ ^^

ถ้าคริสถอดใจไปตั้งแต่ตอนนั้น เราคงไม่ได้รู้จักกันอย่างงี้
ร็อบกับคริสพื้นฐานชีวิตคล้ายๆกันนะคะ
ทั้งทำงานแต่เด็ก เล่นดนตรี เป็นน้องเล็กของบ้าน ถึงได้เข้ากันดี๊ดี

เด็กๆเค้าก็ชอบเดว่อน ฮี่ๆ Wild America สนุกมากเลยฮะ

ขอบคุณค่ะพี่แพม

โอววววว้าววว…. จากบทสัมภาษณ์นี้ จะถือว่าคุณลุง ฌอณ เพนน์ เป็นป๋าดันตัวจริงเสียงจริงของหนูคริส ได้ใหมค่ะเนี่ย…. โชคชะตาฟ้าลิขิตคือส่วนนึงอีกส่วนนึงคือความสามารถ ความตั้งใจของเธอ ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองรัก น่าชื่นชมจริงๆค่ะ ขอบคุณมากๆๆนะคะคุณแพม^_^

ขอบคุณนะค่ะพี่แพม

ขอบคุณค่าพี่แพมมม…
สตีวี่น้อยยแกร่ง เก่ง และน่าจะเป็นดาราในจำนวนน้อยนิดในฮอลลีวูด
ที่รักษาพื้นที่ส่วนตัว ไว้ได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ
ชื่นชม สตีวี่น้อย และ ร้อบ ตรงนี้แหละค่ะ เราคือตัวเรา
ไม่มีสิ่งใด ชื่อเสียงใด มาเปลี่ยนแปลงได้

อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้วทำให้นึกได้ว่าทั้งสองหนุ่มสาวกว่าจะมาประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ก็ต้องผ่านอะไรมากมาย ดีใจที่ทั้งคู่ไม่ได้ยอมแพ้ไปตั้งแต่แรก ไม่งั้นเราคงไม่ได้ดูหนังที่ทั้งคู่แสดงด้วยกัน และไม่ได้รู้จักความรักที่งดงามที่ทั้งคู่มีให้กัน ขอเชียร์และสนับสนุนผลงานของ Robsten ตลอดไปค่ะ <3 ขอบคุณค่ะพี่แพม

ทั้งร็อบและคริสเริ่มต้นการทำงานที่ตัวเองรักคล้ายๆกันเลยนะคะ .. ชอบคำพูดของ MamaStew ที่บอกกับคริสว่า “นับถือตัวอีกสักนิด และไปทำครั้งสุดท้ายของหนูให้สมบูรณ์” ฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นมาเลยค่ะและมันก็ได้ผลด้วยคริสได้งานจากการออร์ดิชั้นครั้งนั้นไม่อย่างนั้นเราก็คงไม่ได้รู้จักและรักคริสอย่างทุกวันนี้แน่ๆเลย
ขอบคุณนะคะพี่แพมมม ^___^

ขอบคุณพี่แพมมากนะคะ ที่แปลให้
ลำพังเปิดเวบจากที่ออฟฟิศ แล้วเจอเค้าบล็อคเวบSocial Network เวบMedia ต่าง ๆ รวมถึงไฟล์มีเดียทุกไฟล์ กระทั่งภาพก็ยังบล็อค

เอ้ไม่เห็นรูปอะไรเลย 55555 มีแต่ข่าวที่พี่แพมอัพให้เท่านั้นที่อ่านได้
กลับไปถึงบ้านก็ 5 ทุ่มเที่ยงคืน ต้องรีบตื่นมาทำงาน
วัฏจักรมนุษย์เงินเดือน 5555

ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ

สำหรับคริส ต้องบอกว่า ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ
มีแต่คนพูดชื่นชมคริสมากมายเรื่องเซนท์และความมุ่งมั่นในการแสดง
สิ่งไหนที่เรารัก ก็ย่อมสนใจที่จะเรียนรู้และทำให้ดีที่สุด

แต่ก็มีบางพวกที่คิดว่าทำเรื่องใดเรื่องนั้นได้ดี ก็ไม่ขวนขวายและพยายามเพิ่มเติม มันก็ย่ำต็อกอยู่กับที่ ไม่นานก็จะถูกคนที่อาจจะทำไม่ดี แต่มีความพยายามมากขึ้นมาแทน

สาวน้อยของเราเล็กพริกขี้หนูจริง ๆ ถึงแม้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวย แต่ถ้าไม่ใส่ใจรักรับผิดชอบ ก็ไม่มาถึงวันนี้ได้แน่ ๆ

สาวน้อยสู้ ๆ ^______________^

คริสมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการเป็นนักแสดงมากๆ เลยค่ะ ยิ่งได้อ่านบทสัมภาษณ์ยิ่งรักคริสจังค่ะ จะสนับสนุนคริสต่อไปค่ะ

ขอบคุณค่ะพี่แพม

[...] จำกันได้ไหมว่า เมื่อช่วงโปรโมท On The Road  Kristen เคยให้สัมภาษณ์ ว่าเธอเคยมาแวะที่ ร้าน Hooter ร้านเดียวกันนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปี 2010  Kristen Interviews with The Daily Beast / Newsweek [...]

[...] 2012/12/17/kristen-interviews-with-the-daily-beast-newsweek/ [...]

[...] 2012/12/17/kristen-interviews-with-the-daily-beast-newsweek [...]

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro