Rob Talks Twilight , His Relationship with Kristen & Star Wars with Washington Post

30

Category : News

Bangkok @ 00:12 BKKLT

.

,

 Rob Talks Twilight , His Relationship with Kristen & Star Wars with Washington Post 

.

.Photobucket

.

Washington Post สัมภาษณ์ Rob ทางโทรศัพท์ เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายน

นอกจากที่ Rob จะพูดถึง บทสุดท้ายของ Twilight แล้ว

เขายังพูดถึง เรื่องที่สื่อและผู้คนวิพากษณ์วิจารณ์ถึงความสัมพันธ์ของเขากับ Kristen Stewart

ว่าเป็นวิธีหรือเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ใช้โปรโมทหนังรักแวมไพร์เรื่องนี้ ที่เรียกว่า PR Stunt ??

รวมถึงเขาต้องการจะเป็นส่วนหนึ่งใน Star Wars ซึ่งเขายินดีที่จะรับบทเป็น  Jar Jar Binks?

.

MTV First >> ใครอยากแสดง ใน Star Wars Episode 7 ที่สุดยกมือขึ้น!!!!

.

Photobucket

GIF

.

The Washington Post

Translation : ppompam

.

.,

บทสัมภาษณ์ในตอนต้นบอกว่า แม้จะผ่านมาสามสี่ปีแล้ว แต่ Rob ก็ยังไม่ชินกับความบ้าคลั่งและกระแสตอบรับกับแฟนๆที่มีต่อ Twilight นับตั้งแต่ Comic Con 2008 ที่เขากับ Kristen เคยให้สัมภาษณ์ว่า พวกเขาแทบช็อคกับการตอบรับของแฟนๆที่ล้นหลาม และลุกลามไปทั่วโลกเป็นปรากฏการณ์ยาวนานมาเกือบ 5 ปีนี้แล้ว

“ผมหมายความว่า มันเป็นสิ่งที่แปลกมากที่สุด มีผู้คนมากมายที่ทำหนังแม้แต่หนังฟอร์มยักษ์หรืออะไรทำนองนั้น แต่มันประหลาดดีกับการที่ได้รับกระแสตอบรับกับหนังซีรีส์ .. ผมไม่รู้ว่าทำไม มันถึงเป็นอย่างนั้น?”

“ผมก็ชินกับมันขึ้นบ้างนิดหน่อยนะ แต่คุณก็ยังได้รับกระแสที่ดีจากแฟนๆ ผมชอบการได้อยู่ในงาน Comic Con หรืออะไรแบบนั้น คุณจะได้ตอบคำถามจากแฟนๆ หรืออะไรก็ตามที่มีการแสดงเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ที่งานแบบงานพรีเมียร์ หรืองานพรมแดง ที่นั่นจะมีแต่เสียงกรี๊ด นั่นมันเป็นอะไรที่ยากกว่านะผมว่า เพราะคุณไม่รู้เลยจริงๆว่าคุณควรจะต้องทำอย่างไรกับเสียงกรี้ดพวกนั้นดี”

Q: เมื่อเดือนเมษายน คุณได้ถ่ายซ่อม “Breaking Dawn Part 2” เป็นวันสุดท้ายใช่ไหม?

Pattinson: Um. [Pauses] God, ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

Q: เอาเป็นว่าคุณถ่ายซ่อมไปเมื่อตอนต้นปีนี้ ว่างั้น

Pattinson: Oh, no no no มันนานมากแล้วนะ

Q: งั้นเหรอ? ผมคิดว่าคุณถ่ายซ่อมกันไปเมื่อตอนต้นปีนี้เสียอีก

Pattinson: อ้อเหรอ.. ก็อาจจะใช่นะ

Q: ที่ถามก็เพราะ อยากรู้ว่าคุณยังจำวันนั้นได้ไหม และพอจะเล่าถึงฉากสุดท้ายที่คุณถ่ายทำได้หรือเปล่า.. แต่ดูแล้วผมว่าคุณคงจำไม่ได้

Pattinson: [Laughing] ผมลืมเรื่องถ่ายซ่อมไปแล้วล่ะ

Q: คุณลืมไปแล้วเหรอ? แหมยอดจริงๆ  .. แม้ว่าคุณจะลืมแต่บางทีคุณอาจจะจำอะไรได้บ้างนิดๆหน่อยๆนะ (ก็ถ้าเขาลืมก็เปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นได้ไหมเล่า… มันอยู่ในสัญญาที่จำเป็นต้องถามหรือไง/ppompam)

Pattinson: ก็.. เราถ่ายฉากออกล่ากัน ตอนที่ Edward & Bella ออกล่ากวางด้วยกันในตอนแรกน่ะ.. พูดตรงๆแล้ว ตอนนั้นผมคิดว่า .. “นี่มันดูดีกว่าที่เราถ่ายทำกันในตอนแรกเยอะเลยนะ”  แล้วผมก็อยากให้เราถ่ายแบบนี้กันมาก่อน แต่นั่นล่ะ ในสองสามฉากสุดท้าย และฉากที่ถ่ายซ่อมมันไม่ค่อยสำคัญมากนัก มันเป็นแบบพวกการถ่ายฉากเคลื่อนไหวอะไรแบบนั้น  ไม่รู้สิ.. ผมจำได้ว่า ตอนนั้นผมกำลังหัดเล่น skateboard เหมือนผู้ชายอายุ 26  ที่ริจะเล่น skateboarde น่ะ ผมคิดว่าอายุ 26 นี่น่าจะเป็นช่วงอายุปีสุดท้ายที่คุณจะพยายามจะเป็นนัก skateboard นะ ผมแค่แบบว่านึกมันขึ้นมาได้มันก็พิลึกดีจริงๆ ถ้าเมื่อสองปีก่อน โปรดิวเซอร์มาเห็นผมทำแบบนั้นล่ะก็ พวกเขาคงเรียกเอเยนต์ของผมมาพบทันทีแน่ๆเลย

Q: แล้วตอนนั้นทำไมคุณถึงเล่น skateboard ล่ะ?

Pattinson: ผมก็แค่เล่นมันที่ด้านนอกเทรลเลอร์ แล้วก็มีผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งของสตูดิโอเดินผ่านมาพอดี แต่เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมน่ะแบบว่า .. นี่ถ้าเป็นเมื่อสองปีก่อนเขาคงไม่ปล่อยให้ผมเล่นแบบนี้แน่ๆ

Q: เพราะมันอาจจะทำให้คุณได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ

Pattinson: ก็เกี่ยวกับเรื่องประกันอะไรพวกนั้นน่ะ

Q: แต่ตอนนี้ ตรงจุดนี้ ต่อให้คุณหัวแตกก็ไม่เป็นไรสินะ

[Pattinson laughs.]

Q: ด้วยความเสี่ยงกับความไม่พอใจของผู้กำกับที่คุณเคยทำงานด้วยในทุกภาคของ “Twilight,” บอกได้ไหมว่า มีเรื่องไหนที่โดดเด่นและ มีความหมายต่อคุณมากที่สุด  ไม่ว่าจะในด้านของประสปการณ์ หรือด้วยที่ความรู้สึกของคุณ

Pattinson: แน่นอนเลยว่าเป็นภาคแรก ด้วยความแตกต่างที่ต่างกันอย่างมหาศาล มันแตกต่างกันแบบคนละโลก มีอย่างหนึ่ง มันเป็นอะไรที่สนุก สนุกมากๆ เป็นหนังที่ถ่ายทำกันสนุกมากจริงๆ มันทั้งยากและบ้าไปพร้อมๆกัน แต่ถ้ามองด้วยประสปการณ์มันก็ต่างกันมาก แค่การคัดตัวนักแสดงที่เยอะมากก็สนุกแล้ว นับจากวันนั้น ผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นอีกเลย ทุกคนแบบว่ายังไม่เป็นที่รู้จัก และมีความรู้สึกกับหนังเรื่องนี้จริงๆ ซึ่งแน่นอนว่ามันมีความตื่นเต้นอยู่ในนั้น

(ความเห็นส่วนตัว.. ขอชื่นชมยกย่อง Catherine Hardwicke เพราะด้วยงบประมาณที่น้อยและจำกัด ทุกอย่างขัดสนไปหมด อีกทั้งการคัดตัวนักแสดงที่เหมาะสมทั้งหมด เธอยังสามารถถ่ายทอดเรื่องราวจากหนังสือออกมาได้ครบถ้วนงดงาม จนสร้างกระแสตอบรับแบบเป็นประวัติการณ์ ซึ่งผู้กำกับภาคต่อๆมารับอานิสงฆ์บางส่วนจากความสำเร็จของเธอมาต่อยอด อีกทั้งเรื่องต่อๆมาก็มีงบที่เพิ่มมากขึ้น มากขึ้น… อย่างที่ Rob ว่าจากรถมินิบัส มาเป็นเฮลิคอปเตอร์.. เช่นนั้นเอง/ ppompam )

Q: แล้วถ้าด้วยส่วนหนึ่งของความตื่นเต้นนั้นยังไม่ได้กลายมาเป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ คุณจะเลือกแสดงหนังที่เล็กกว่านี้ไหม

Pattinson: โอว อย่างแน่นอนเลยล่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพราะว่าผมกับ Kristen เป็นคนประเภทที่พยายามที่จะต่อสู้กับเรื่องแบบนี้จริงๆ เราไม่ต้องการจะแสดงหนังขวัญใจวัยรุ่น เรารู้สึกว่ามันดูไร้สาระน่ะ มันสนุกดีนะที่ได้งัดข้อกับทางผู้บริหารสตูดิโอ และโปรดิวเซอร์ แล้วก็กับผู้คนแบบนั้นอยู่ตลอดเวลา…

แต่เมื่อมันเริ่มใหญ่มากขึ้น และเมื่อคุณถลำเข้าไปแล้ว โดยทั่วไปแล้ว คุณไม่สามารถที่จะทำได้ มันเป็นเรื่องที่แปลก คุณจะไม่รู้เลยจริงๆว่าจากนั้นคุณควรจะโฟกัสพลังที่มีอยู่ของคุณไปทางไหน ซึ่งในภาคแรกนั้นมันง่ายมากที่จะรู้

Q: ผู้คนบางส่วนได้วิจารณ์ถึงชีวิตส่วนตัวของคุณ ว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการตลาดสำหรับหนัง Twilight ทุกเรื่องที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ของคุณกับ  Kristen คุณจะตอบว่าอย่างไร?

Pattinson: ถูกวิพากษณ์วิจารณ์ด้วยเรื่อง…?

Q: คุณรู้มั้ย ผู้คนพากันพูดว่า “ความสัมพันธ์รักของพวกเขาถูกใช้มาเป็นเครื่องมือในการโปรโมทหนัง”

Pattinson: [หยุดคิดครู่หนึ่งแล้วหัวเราะ] อย่างหนึ่งเลยนะ มันจะต้องเป็นเครื่องมือการตลาดที่แย่มากๆ และมันจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว ผู้คนจะพูดอะไรก็ได้  และผมก็ยังประหลาดใจและงงอยู่เลยที่ผู้คนยังจะเชื่ออะไรก็ตามที่พวกเขาพูดเกี่ยวกับเรา… ผมหมายถึงว่า มันคือหนึ่งในเรื่องที่บ้าที่สุดของเหตุการณ์ทั้งหมดน่ะ นั่นคือสิ่งที่คุณสามารถมองเห็นเรื่องในภาพรวม… นั่นเป็นแค่ภาพตัวอย่าง .. ใช้คำนี้ถูกต้องมั้ย? ภาพตัวอย่างของการซุบซิบนินทาเรื่องราวของคนดัง รูปแบบของวัฒนธรรมเรื่องราวของคนดังที่ถูกแต่งเรื่องขึ้นมาเองทั้งหมด.. มันมีเค้าโครงเรื่องวางไว้อยู่ก่อนแล้ว คุณจะต้องกำหนดตัวละครขึ้นมา และเรื่องราวนั้นได้ถูกแต่งขึ้นมาสำหรับคุณ และไม่สำคัญว่าสิ่งที่คุณทำนั้นคืออะไร.. ผมเคยคุยกับ Reese Witherspoon เกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว และเธอคือคนที่บอกกับผมว่า คุณได้ถูกกำหนดเป็นตัวละคร ผมหมายถึง ผมได้ลองพยายามทำอะไรต่างๆเพื่อให้ผู้คนไม่มายุ่งกับผม แต่มันก็ไม่มีใครเขียนถึง (เพราะมันไม่ตรงกับที่พวกสื่อแต่งเรื่องเอาไว้)

Q: คุณทำอย่างเช่นอะไร ยกตัวอย่างให้หน่อย

Pattinson: ผมทำอย่างเช่น ผมพูดว่ามันมี Scat Scenes ในภาคแรกของ Breaking Dawn  แต่มันก็ไม่ลงตัวกับเรื่องต่างๆที่พวกเขาแต่งไว้อยู่แล้วก็เลยไม่มีใครที่ไหนตีพิมพ์เรื่องนี้  (Writer’s note: อันที่จริง สิ่งที่ Pattinson พูดถึง ก็มีคนหยิบขึ้นมาเขียนถึงบ้างแต่มันไม่ได้ถูกพูดถึงกว้างขวางอย่างที่เขาคาดไว้) ถ้าคุณเขียนสตอรี่ไลน์สำหรับตัวคุณเองและมันไม่ลงตัวกับเรื่องตัวอย่างที่พวกเขาตั้งไว้ มันก็จะไม่มีทางเกิดขึ้น คุณก็รู้ ไอ้พวกแมกกาซีนงี่เง่าปลวกปลิงพวกนั้นน่ะ

Q : ตามข่าวที่ผมทราบมาทาง twitter  คุณถูกถามในงาน Breaking Dawn Part 2 Press Conference เกี่ยวกับเรื่องหนังแฟรนไชส์ และคุณบอกว่าคุณเกลียดคำว่า แฟรนไชส์ – franchise.  ดังนั้นผมจะพยายามไม่พูดคำนั้น .. การเซ็นต์สัญญาแสดงหนังซีรีส์แบบนี้ถือเป็นการตกปากรับคำครั้งใหญ่ กับการรับบทเพียงบทเดียวเป็นเวลานาน  และเมื่อเรื่อองนี้กำลังจะจบลง คุณคิดว่าคุณจะอยากแสดงหนังภาคต่อแบบนี้อีกไหมในอนาคตอันใกล้นี้  เพราะดูเหมือนว่าคุณกำลังเลือกโปรเจคท์ที่ต่างออกไปมาก

(Rob บอกว่าเมื่อพูดถึงคำว่า แฟรนไชส์ แล้วทำให้คิดถึง Burger King /ppompam)

Pattinson: ผมได้เลือกบทมาแสดงเยอะมาก ที่ผมกำลังทำอยู่ในปีนี้ ผมก็เลือกไว้ตั้งแต่ปีก่อน  และสิ่งต่างๆก็เปลี่ยนไป .. ธุรกิจการแสดงก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วมาก และมันก็ดูเหมือนกับว่าสิ่งเดียวที่กำลังถูกสร้างก็คือหนังแฟรนไชส์

Q: Ah คุณพูดคำนี้ขึ้นมาเองนะ ไม่ใช่ผม

Pattinson: นั่นไม่ได้หมายความว่าผมชอบมันนะ  [Laughs] สิ่งเดียวที่ทำให้ผมกังวล ก็เพราะว่ายิ่งผมอายุมากขึ้น ก็จะยิ่งควบคุมมันไม่ได้ ผมหมายถึงว่า สิ่งต่างๆที่คุณแสดงให้โลกได้เห็นมันควรที่จะเป็นสิ่งที่เป็นตัวแทนที่จะแสดงให้รู้ว่าคุณคือใคร และถ้าคุณไม่สามารถควบคุมมันได้ ผมก็ไม่รู้ว่าผมจะพูดอย่างไรได้ว่า “นี่คือความเป็นตัวผม และสิ่งที่ผมได้ทำมา” เพราะมันไม่ใช่เลย ทั้งหมดมันคือสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ผม มันจะกลายเป็นอาชีพมากกว่าจะเป็นศิลปะ ถ้าผมต้องการจะให้มันเป็นแค่งาน ผมก็คงจะทำงานอะไรก็ได้  และผมคงจะทำงานที่เป็นงานอย่างเช่นล้างห้องน้ำหรืออะไรพวกนั้น

Q: ผมสงสัยจริงๆว่า มันฟังดูเหมือนคุณดูจะสนใจในหนังแฟรนไชส์แต่ขึ้นอยู่กับว่าโปรเจคท์นั้นคืออะไร

Pattinson: ก็ใช่ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่มีพลัง คุณดูไปที่หนังอย่าง “Star Wars.”  ไม่มีใครหรอกที่จะเรียก  “Star Wars” ว่าหนังแฟรนไชส์

Q: จริงๆแล้วก็มีคนเรียกกันนะ

Pattinson: ก็หลังจากที่ภาคล่าสุดออกมา [Laughs]  แต่ในสามภาคแรก มันคือซีรีส์ ไม่ใช่แฟรนไชส์

Q: พูดไปแล้ว ถ้ามีใครเข้ามาเสนอบทให้คุณเล่นในซีรีส์นี้ คุณจะทำอย่างไร?

Pattinson: ใน “Star Wars” น่ะเหรอ ? Oh,ผมรับแน่นอนเลยภายในพริบตา

Q:แล้วถ้าเขาให้คุณเล่นบท Jar-Jar ล่ะ?
.

.
Photobucket
,

Pattinson: อันที่จริงผมชอบ Jar-Jar นะ ผมไม่เข้าใจว่ามันมีปัญหาอะไรเกี่ยวกับ Jar-Jar เหรอ? เมื่อวันก่อนผมได้คุยกับบางคน เกี่ยวกับว่าบางทีการที่เรามีสินค้าที่ระลึกและทุกๆอย่างนั้นมันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นนะ ผมยังอยากได้ ดาบ light saber อยู่เลย

.
Photobucket

.

ผมอยากซื้อของเล่นอะไรพวกนี้  ผมชอบในความคิดที่ว่าแฟนดอมจะสร้างจักรวาลของตัวมันเองขึ้นมา ก็เพียงเพราะว่ามันใหญ่อย่างมหาศาล และมันก็มีหลายสิ่งหลายอย่างให้ซื้อและลงทุนกับมัน

Q: ตอนนี้  “Twilight” จบลงแล้ว ผมแน่ใจว่าคุณคงมีบางอารมณ์ที่ศร้าบ้าง และมันก็ต้องมีความโล่งอกด้วยเหมือนกัน?

Pattinson: ใช่เลย ผมรู้สึกเหมือนกับว่า (twilight) เป็นรถบรรทุกคันใหญ่ยักษ์ที่เคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ และมันก็ค่อนข้างตื่นเต้นที่จะคิดถึงสิ่งที่อยู่ข้างหน้าต่อจากนี้ คุณไม่ต้องกลับไปหามันอีก .. คือผมได้แสดงหนังเรื่องอื่นในระหว่างที่ถ่ายทำเรื่องนี้ในแต่ละภาค และมันเหมือนกับการค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าของชีวิตผม แต่ผมก็ต้องกลับไปถ่าย twilight อีก ในทุกๆครั้ง  มันเหมือนกับว่าคุณจะต้องกลับไปเริ่มต้นที่จุดนั้นเสมอ และเมื่อคุณเริ่มทำอะไรกับหนังที่สุ่มเลือกในทุกๆครั้ง คุณก็จะก้าวไปสู่สิ่งอื่นๆอีก

.

The Washington Post

Translation : ppompam

,

.

,

Share

Comments (30)

ร็อบน่ารักมากค่ะ สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แต่ร็อบตอบเหมือนยิ้มอยู่ตลอดเวลาเลย <3 ขอบคุณมากนะคะพี่แพม หนูเลื่อนลงมาเห็นอเลี่ยน ตกใจนิดนึง 555

ขอบคุณค่ะ
ถ้าให้เป็นจาจ้า คงน่ารักน่าดูเลย >_<~

ถึงหนังจะจบ.. แต่ชีวิตจิงยัง ดำเนินต่อไป.. RobSten จงเจริญ,, ขอบคุนพี่แพมค่ะ ^^

อืม…อ่านแล้วน่าเห็นใจเค้าสองคนต้องต่อสู้กับสิ่งเหล่านี้ไปอีกนานเลยล่ะสื่อขยะกับแฟนๆที่ไม่ยอมรับอะไรเลยบ้าแบบไม่ลืมหูลืมตา ร๊อบเป็นคนจิตใจเด็ดเดี่ยวในความรักไม่สนใจอยู่แล้วกับสื่อขยะ…ขอบคุณค่ะคุณแพม

ชัดเจนที่สุด ใครที่ยังเชื่อว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็น PR ตามที่ (ขอยืมคำพูดนะคะร้อบ) ไอ้พวกแมกกาซีนงี่เง่าปลวกปลิงพวกนั้น ขอรวมพวกหมาเน่าแก่ๆด้วยนะคะ เขียนและแต่งเติม ก็น่าจะหยุดคิดหยุดเชื่อได้แล้วนะ อิอิ…. Jar-Jar น่ารักจ้า แต่หล่อๆอย่าง Robert เล่นเป็น โอบีวัน เคโนบี ดีกว่าเนอะ เราชอบ ขอบคุณมากๆๆนะคะคุณแพม^_______^

ชัดเจนที่สุด ใครที่ยังเชื่อว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็น PR ตามที่ (ขอยืมคำพูดนะคะร้อบ) ไอ้แมกกาซีนงี่เง่าปลวกปลิงพวกนั้น ขอรวมพวกหมาเน่าแก่ๆด้วยนะคะ เขียนและแต่งเติม ก็น่าจะหยุดคิดหยุดเชื่อได้แล้วนะ อิอิ… Jar-Jar น่ารักจ้า แต่หล่อๆอย่าง Robert เล่นเป็น โอบีวัน เคโนบี ดีกว่าเนอะ เราชอบ ขอบคุณมากๆนะคะคุณแพม^_^

สัมภาษณ์ครั้งไหนๆ ก็จะเอ่ยถึงที่รักตลอดๆๆๆๆๆๆๆๆ น่ารักอ่ะ! ความสัมพันธ์ของเค้าไม่ใช่เรื่องโปรโมทจำไว้ไอ้พวกแมกกาซีนงี่เง่าปลวกปลิง สร้างเรื่องกันอยู่ได้ ร็อบพูดได้ดีเสมอเลย ขอบคุณค่ะพี่แพม

โอ้ สุดยอดเลยค่ะร็อบ “ไอ้พวกแมกกาซีนงี่เง่า พวกปลิงพวกนั้น” 555
“มันสนุกดีที่ได้งัดข้อกับผู้บริหารสตูดีโอ และโปรดิวเซอร์” เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยจะทำตามที่พวกผู้บริหารต้องการนัก ยิ่งถ้าเอาเรื่องส่วนตัวของเขาไป PR ร็อบคงไม่ยอมแน่
ข้อดีของการเป็นดาราใหญ่ก็งี้ เล้น skateboard ได้โดยไม่มีใครว่า ^^
ขำ ถ้าให้เล่น Star War แม้เล่นเป็น Jar-Jar ก็ยังโอเคแบบไม่ต้องคิดเลย
เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า Catherine ทำ TW ออกมาได้ดีมากจริงๆ เป็นภาคที่ยังคงติดตรึงในความทรงจำที่สุดค่ะ
ขอบคุณค่าพี่แพม

…จริงอย่างคุณแพมว่าเลยค่ะ เราต้องชื่นชมคุณCatherineจริงๆ
ที่เธอสามารถทำหนังที่มีงบจำกัด กลายเป็นหนังที่ฮิตระเบิดไป
ทั่งโลกได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะหนุ่มร็อบและสาวคริสที่รับบทเป็น
EdwardกะBellaด้วย คิดว่าถ้าเป็นดาราคนอื่น คู่อืนคงไม่ได้รับการ
ตอบรับจากกระแสแฟนๆทั่วโลกได้หรอกนะคะ
…ขอบคุณมากกกกกกกกกค่ะคุณแพม

ที่ทั่วโลกรักและหลงไหล Twilight ก็เพราะความรักที่สวยงามของ Robert & Kristen
มาแสดงในหนังเรื่องนี้งัยล่ะค่ะ ถ้าเป็นคู่อื่นก็คงงั้นๆไม่น่าสนใจเท่าไหร่

ขอบคุณพี่แพมมากกกกกกกกกค่ะ@______@

ขอบคุณพี่แพมมากค่ะที่แปลให้อ่านค่ะ
ชอบทุกคำตอบของร็อบ และเห็นด้วยค่ะ ร็อบจำไม่ได้ก็น่าจะผ่าน ๆ ไปถามเรื่องอื่นซะ (พยายามย้ำวนอยู่นั่นนะ) ร็อบน่ารักจังอยากได้ดาบ light saber อันที่จริงก็เจ๋งดีนะคะดาบนี้ชอบเหมือนกัน อิอิ

อยากจะหัวเราะเยาะ PR Stunt หุหุหุ และ ยิ่งชัดเจนมากก..ว่า..
ร็อบกับหนูคริสก็เป็นเด็กหัวกบฏเหมือนกันนั่นแหละ 555คู่แท้หัวกบฏ
ครั้นจะห้ามไม่ให้ใครสนใจคุณก็ช้าไปแล้วล่ะเพราะ ทั้งเด็ก จนถึงผู้ใหญ่+
อาวุโสมาก ก็พากันติดตามด้วยความปรารถนาดี (อย่างที่เราเป็น)ฮิฮิ..
รวมถึงพวกคิดด้านลบ พวกไวรัส ที่ฆ่าไม่ตาย..ขอให้ทั้งสองคน..ผ่านพ้น
เส้นทางที่ยากลำบาก ไม่ว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรขอให้พบกับความก้าวหน้าในอาชีพ & ในชีวิตจริง..ยั่งยืน แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไป..ขอบคุณนะคะ
คุณแพม

ร๊อบบอกทุกอย่างในคำพูดเค้าแล้วค่ะ สิ่งที่คนอื่นเค้ามองเกี่ยวกับคู่นี้ว่าเป็นรักโปรโมทงั้นงี้เจ้าตัวมาบอกเองแล้วว่ามันไม่ใช่ ร๊อบน่ะเปิดเผยขนาดนี้นะ ขอบคุณมากค่ะพี่แพม

คิดเหมือนพี่แพมเลยค่ะตอนคำถามเรื่องถ่ายซ่อมถ้าร๊อบไม่รู้ก้อข้ามๆไปก็ได้นะ
ผมกับKisten^^..ขอให้ได้พูดถึงสักนิดนะร๊อบ…ขอบจังเลยค่ะที่แสดงจุดยืนของตัวเองชัดเจนและเป็นตัวของตัวเอง^^
ขอบคุณมากๆค่ะพี่แพมที่แปลให้อ่านให้ได้ทราบกัน^^

ดูจากคำตอบของร๊อบก็น่าจะเข้าใจชัดเจนแล้วนะ สื่อขยะทั้งหลาย ร๊อบตอบคำถามได้ดีมากค่ะ ถ้าเล่นเป็นจาจาจริงๆ คงฮาน่าดู ขอบคุณมากนะพี่แพม ^^

รักโปรโมท สื่อตาบอดมืดมิดค่ะ มองไม่ออกว่ารักทั้งคู่งดงามเพียงใด สายตาคนเราจะโกหกได้มากขนาดนี้หรือค่ะ ร๊อบตอบสัมภาษณ์ได้ดีเสมอ
ขอยกสองมือให้กับ สตาร์วอร์ 7 ด้วยคนค่ะ อยากเห็นหนุ่มร๊อบแสดงเรื่องนี้
ขอบคุณมากๆ ค่ะ

555 น่ารักดีค่ะ

ขอบคุณค่ะพี่แพม ยาวมากกกกกกอ่านแล้วจุใจ
ตั้งแต่ดูมาชอบภาค1และภาค4มากที่สุดค่ะ
รอติดตามภาคสุดท้ายอยากให้ถึงวันที่15ไวไวค่ะ^^

คิดได้ไงว่าเป็นรักโปรโมท เรื่องหัวใจใครก็บังคับกันไม่ได้..ไร้สาระมากๆ คิดแล้วก็ใจหายเหมือนกันนะค้า ใกล้มาถึงบทสรุปของทไวไลท์แล้วหรอเนี่ย..แอบเศร้าค่า >.<

ขอบคุณค่าพี่แพม

เห็นในคลิปที่บางทีก็มีแฟนๆ คลั่งไคล้พวกเค้ามากๆ กรี๊ดๆๆๆ ก็แอบกลัวแทน ฮ่าๆๆ แต่ทุกๆ ครั้งก็จะเห็นทั้งสองน่ารักกับแฟนๆ เสมอ^___^

อยากเห็นทั้งคู่ออกงานร่วมกันเร็วๆ (ดีใจๆ อีกไม่กี่วันแล้ววว^^)แต่อีกใจก็เบื่อกับคำว่า รักโปรโมท รำคาญพวกเสียงนกเสียงกา แต่เพราะเป็น Robsten เราไม่สนใจอยู่แล้ว ตั้งตารอคอยต่อไป อิอิ

ขอบคุณพี่แพมที่แปลให้ค่า:)

โดนเลยไง ฮาๆ พวกปลิง(แรงนะคะร็อบ) ^^

ขอบคุนนะะคะพี่แพม

“ไอ่พวกแมกาซีนงี่เง่าปลวกปลิง” โอ้วเลิศค่ะร๊อบ555555
ขนาดให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ยังเอ่ยถึงคริสเลย อิอิ

ขอบคุณพี่แพมมากๆนะคะ^^

ขอบคุณค่ะพี่แพม
ได้รับอรรถรสจากการแปลอย่างเต็มที่เลยค่ะ
ร็อบยังคงไม่พูดเรื่องส่วนตัวเหมือนเดิม นโยบายชัดเจนเหมือนคริสค่ะ

จาจาบิ๊งงงง
หนูว่าร็อบเวลาทำหน้าตลกๆก็แอบคล้ายอยู่นะคะ
555555555555555
แสดงว่าสองคนชอบงัดข้อกับผู้บริหารใช่ไหมเนี่ย อิอิ
ขอบคุณคะพี่แพม

ก็ไม่เข้าใจนะคะว่าทำไมสื่อบางสื่อของบ้านเค้าถึงมองว่าเป็นรักโปรโมท ดูยังไงมันก็ไม่ใช่ไม่เข้าใจจริง ๆ ค่ะ สื่อมองไม่ออกหรือไม่ยอมมองกันแน่นะคะ
ร็อบบอกว่ายังไม่ชินกับความบ้าคลั่งและกระแสตอบรับกับแฟน ๆ ที่มีต่อทไวไลท์ และบอกว่าไม่รู้ว่าทำไม อยากบอกกับร็อบมาก ๆ เลยค่ะบอกแทนแฟน ๆ นะคะว่า “เพราะคุณนั่นแหละค่ะ”5555
ขอบคุณคุณแพมมาก ๆ เลยค่ะ โพสท์นี้บทสัมภาษณ์เยอะมาก ๆ เลยค่ะ กรุณาแปลให้ได้อ่านกัน ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ขอบคุณมากค่ะคุณแพม :) 555 โดนกันถ้วนหน้าสำหรับ Mag ขยะทั้งหลาย…แต่คงหาได้สำนึกไม่ โดนเหน็บซะบ้าง…บ่อยก็ดีนะร๊อบ…บาง
ทีสื่อเหล่านี้ก็ต้องมีกระตุกกันบ่อยๆ ^^

จุดเริ่มต้นและจุดสำคัญคือ twilight ภาคแรกของ Catherine Hardwicke ต้องยกเครดิตให้กับเธอจริงๆค่ะ…ที่ทำให้หนังทุนต่ำเรื่อง
นี้ประสบความสำเร็จมาก..เหนือความคาดหมาย เธอสุดยอดจริงๆค่ะ ^^

ร๊อปพูดถูก ยิ่งโตขึ้น เราก็จะยิ่งควบคุมอะไรไม่ได้ ในที่สุดเราก็จะกลายเป็นแบบที่สังคมปกติเป็นกัน
ขอบคุณค่ะพี่แมพ^^

อยากเห็นร็อบเล่น Skateboard จริงๆเลยคะท่าทางจะเป็นยังไงนะ อิอิ ^^
ขอบคุณมากๆๆๆนะคะพี่แพมม ^___^

อยากได้ดาบนั้นเหมือนกันเลยค่ะ ร็อบ 555

ตอนเด็ก ๆ ไปดูเเล้วชอบมากก

ขอบคุณมากค่าพี่เเพมมมมม

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro