Jodie Foster Speaks Out

68

Category : News

Bangkok @ 18:46 BKKLT
.
.

 

Jodie Foster Blasts Kristen Stewart–Robert Pattinson Break-Up Spectacle

.

Photobucket.

Photobucket

MamaStew Tweet ถึง Jodie Foster บอกว่า Bravo Jody Foster

ผู้หญิงที่เราควรดูเป็นแบบอย่าง

.
Photobucket

.

.
บทความนี้แปลโดย ppompam
.
ห้ามแอบอ้าง ดัดแปลง แก้ไข นำไปโพสท์ต่อ
.
เผยแพร่ต่อกรุณาลิงค์เครดิต www.robstenteamthailand.com
.

.

… เราทุกคนได้เห็นหัวข้อข่าว ที่เคาท์เตอร์เช็คเอาท์  “Kristen Stewart Caught.”  พวกเรารีบพลิกหน้าหนังสือดูอย่างรวดเร็ว และคิดว่า  “Kris and Rob a couple?”  พวกเรานึกไปถึง  “ฉันชอบชุดนั้น , ฉันเกลียดทรงผม , เป็นคู่รักที่น่ารักจริง หรือ รองเท้าน่าเกลียด ”  มันไม่มีความผิดแต่อย่างใดที่มนุษย์จะสนใจบุคคลสาธารณะที่เปรียบดังชุดสวย  มันเป็นเรื่องที่เป็นมาชั่วนาตาปี  กับการยกย่องชื่นชมผู้คนในวัยเยาว์ที่งดงามเสียราวกับเทวดา แล้วก็กระชากเธอลงมายังพื้นดิน มองเจาะลึกตัวเธอไปทุกตะเข็บผ้า  … ดูสิเห็นมั้ย พวกเขาก็เหมือนพวกเรานั่นแหละ 

.

More  Under The Cut

.

(กำลังจะไปบิน .. แปลไม่ทัน … ขอแปลบางส่วนนะคะ/ppompam)

I have been an actress since I was 3 years old, 46 years to date. I have no memories of a childhood outside the public eye. I am told people look to me as a success story. Often complete strangers approach me and ask, How have you stayed so normal, so well-adjusted, so private? I usually lie and say, “Just boring I guess.” The truth is, like some curious radioactive mutant, I have invented my own gothic survival tools. I have fashioned rules to control the glaring eyes. Maybe I’ve organized my career choices to allow myself (and the ones I truly love) maximum personal dignity. And yes, I have neurotically adapted to the gladiator sport of celebrity culture, the cruelty of a life lived as a moving target. In my era, through discipline and force of will, you could still manage to reach for a star-powered career and have the authenticity of a private life. Sure, you’d have to lose your spontaneity in the elaborate architecture. You’d have to learn to submerge beneath the foul air and breathe through a straw. But at least you could stand up and say, I will not willfully participate in my own exploitation. Not anymore. If I were a young actor or actress starting my career today in the new era of social media and its sanctioned hunting season, would I survive? Would I drown myself in drugs, sex, and parties? Would I be lost?

ฉันเคยพูดมาก่อนแล้ว และฉันกำลังจะพูดอีกครั้ง ถ้าฉันเป็นนักแสดงวัยรุ่นในวันนี้ ฉันคงจะเลิกเป็นก่อนที่จะเริ่มแสดง ถ้าฉันต้องโตมาในวัฒนธรรมของสื่อทุกวันนี้ ฉันไม่คิดว่าจะคงไม่สามารถประคองอารมณ์และอยู่รอดได้  ฉันได้แต่หวังว่า จะมีใครสักคนที่รักฉัน ที่รักฉันจริงๆ มาโอบกอดฉันและเดินนำทางฉันไปยังที่ที่ปลอดภัย  …

Sarah Tobias would never have danced before her rapists in The Accused. Clarice would never have shared the awful screaming of the lambs to Dr. Lecter. Another actress might surely have taken my place, opened her soul to create those characters, surrendered her vulnerabilities. But would she have survived the paparazzi peering into her windows, the online harassment, the public humiliations, without overdosing in a hotel room or sticking her face with needles until she became unrecognizable even to herself?

Acting is all about communicating vulnerability, allowing the truth inside yourself to shine through regardless of whether it looks foolish or shameful. To open and give yourself completely. It is an act of freedom, love, connection. Actors long to be known in the deepest way for their subtleties of character, for their imperfections, their complexities, their instincts, their willingness to fall. The more fearless you are, the more truthful the performance. How can you do that if you know you will be personally judged, skewered, betrayed? If you’re smart, you learn to willfully disassociate, to compartmentalize. Putting your emotions into a safety box definitely comes in handy when the public throws stones. The point is to survive, intact or not, whatever the emotional cost. Actors who become celebrities are supposed to be grateful for the public interest. After all, they’re getting paid. Just to set the record straight, a salary for a given on-screen performance does not include the right to invade anyone’s privacy, to destroy someone’s sense of self.

ค่าตัว รายได้ที่ได้รับจากการแสดงนั้นไม่ได้รวมถึงสิทธิที่พวกคุณจะเข้ามาก้าวล่วง ในชีวิตส่วนตัว หรือเข้ามาทำลายความเป็นตัวเขาของคนบางคน

ในปี 2001 ฉันใช้เวลา 5 เดือนอยู่กับ Kristen Stewart  ในกองถ่าย Panic Room ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่กันในห้องที่มีขนาดเท่าตู้เสื้อผ้าในแมนฮัตตัน เราคุยกันหัวเราะกันเป็นชั่วโมง ผลัดกันเล่าเรื่องโน่นนี่นั่น ที่ลึกลับน่าค้นหาแก้เบื่อ  ฉันเริ่มรักเด็กคนนั้นมากขึ้น เธออายุครบ 11 ขวบพอดีตอนที่เราถ่ายทำ และในวันเกิดของเธอ ฉันได้จัดให้มีการแสดงดนตรีเม็กซิกันที่เรียกว่า mariachi band  ที่ taco bar เพื่ออวยพรวันเกิดให้เธอ ในขณะที่เธอเป่าเทียน เธอกับฉันเต้นรำไปรอบๆ  sombrero ได้ไม่นานเธอก็รีบวิ่งไปคว้าเครื่องเเล่นเกมส์บาสเกตบอล แม่ของเธอกับฉันยืนดูเธอกระโดดไปรอบๆลูกบอล  ส่งเสียงฮู้วววฮ้าาาา ทุกครั้งที่โยนลงห่วงได้  “โตๆขึ้นมาเธอไม่อยากเป็นนักแสดงเหรอ เธออยากเป็นมั้ย?”  ฉันถามแม่ของเธอ แม่ของเธอถอนหายใจ  “อยากสิ  … มันก็น่าเสียดายนะ”  เราต่างก็ยิ้มแล้วยักไหล่ ด้วยความไม่แน่ใจที่เกิดจากประสปการณ์  “คุณไม่ลองคุยกับเธอหาทางดูล่ะ?”  ฉันแนะ  “โอว.. ฉันลองแล้ว เธอรักการแสดงนะ เธอรักมัน”  ถอนหายใจกันอีกครั้ง เราสองคนยืนเงียบๆ มองดูเธอวิ่งเล่นไปมาอยู่อีกพักใหญ่ เราต่างคนต่างก็อยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง ตอนนั้นฉันตั้งท้อง และกำลังฝันกลางวันถึงลูกของฉันที่กำลังจะคลอดในไม่ช้า  …. เธอจะออกมาให้เหมือน Kristen ได้ไหมนะ?  สวย งดงาม เก่งมีความสามารถ และไม่กลัวอะไรเลย เธอจะกระโดดชู้ทแบบนี้ และทำให้ฉันภาคภูมิใจได้ไหม?

ฉันมีภาพในห้วงเวลาสมบูรณ์แบบ อยู่ในหัวฉัน  มันชัดราวกับอยู่ในจอหนัง  … ที่กำลังฉายภาพของเด็กน้อยผมสีอ่อนม้วนตัวล้อคลื่น เธอกำลังตะเบ็งร้องเพลงอย่างสุดเสียง กระโดดโลดเต้นหมุนตัวไปมาในน้ำเค็มๆ และผืนทราย มีความสุข สนุกสนาน และเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ เธอไม่รู้ตัวหรอกว่ามีกล้องจับอยู่ เธออยู่ในโลกของเธอเอง กล้องสั่นเล็กน้อย บางทีแม่ของเธออาจจะกำลังหัวเราะอยู่หลังเลนส์  เด็กจะมีความสุขและถูกโอบอุ้มด้วยความรักมากไปกว่าช่วงเวลานี้ไหม … เธอเพอร์เฟคท์ เธอสุดแสนจะเพอร์เฟคท์จริงๆ

In 2001 I spent 5 months with Kristen Stewart on the set of Panic Room mostly holed up in a space the size of a Manhattan closet. We talked and laughed for hours, sharing spontaneous mysteries and venting our boredom. I grew to love that kid. She turned 11 during our shoot and on her birthday I organized a mariachi band to serenade her at the taco bar while she blew out her candles. She begrudgingly danced around a sombrero with me but soon rushed off to grip and electric department’s basketball game. Her mother and I watched her jump around after the ball, hooting with every team basket. “She doesn’t want to be an actor when she grows up, does she?” I asked. Her mom sighed. “Yes … unfortunately.” We both smiled and shrugged with an ambivalence born from experience. “Can’t you talk her out of it?” I offered. “Oh, I’ve tried. She loves it. She just loves it.” More sighs. We watched her run around the court for a while, both of us silent, each thinking our own thoughts. I was pregnant at the time and found myself daydreaming of the child I might have soon. Would she be just like Kristen? All that beautiful talent and fearlessness … would she jump and dunk and make me so proud?

ภาพตัดมาในวันนี้ …สาวน้อยแสนสวย เดินอยู่ริมถนนเพียงลำพัง หัวของเธอก้มต่ำ มือของเธอกำหมัดแน่น เธอก้าวเดินอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์พร้อมกับกล้องสีดำส่ายไปมาจ่อเข้าตรงหน้า ตรงปาก ตรงหน้าอกของเธอ .. Kristen คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง .. ยิ้มหน่อยน่า Kristen  เฮ้ๆ แกได้รูปเธอมั้ย เฮ้ย ฉันเจอเธอแล้ว ได้ตัวแล้ว  … สาวน้อยคนนั้น ไม่ร้องไห้ … Fuck .. ไม่เลย .. เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง เธอรู้ดี เธอก้มหัวลงต่ำ สวมแว่นดำ มือกำแน่นอยู่ในกระเป๋ากางเกง … อย่าพูด อย่ามอง อย่าร้องไห้นะ อย่าร้อง ..

Cut to: Today … A beautiful young woman strides down the sidewalk alone, head down, hands drawn into fists. She’s walking fast, darting around huge men with black cameras thrusting at her mouth and chest. “Kristen, how do you feel?” “Smile Kris!” “Hey, hey, did you get her?” “I got her. I got her!” The young woman doesn’t cry. F–k no. She doesn’t look up. She’s learned. She keeps her head down, her shades on, fists in her pockets. Don’t speak. Don’t look. Don’t cry.

แม่ของฉันเคยพูดว่า เธอมองผ่านกับความไม่ยุติธรรมแม้จะเล็กน้อย กับทุกเรื่องที่ทำให้หัวใจสลาย กับทุกห้วงเวลาที่ต้องเจ็บปวด  . “This Too Shall Pass .. แล้วมันก็จะผ่านไป”  พระเจ้าฉันเกลียดวลีนี้เหลือเกิน มันดูเหมือนเป็นคำพูดซ้ำซาก และเลื่อนลอย เหมือนเธอกำลังบอกฉันว่า ความเจ็บปวดของฉันมันไม่ถูกเรื่อง  มาในตอนนี้ มันเหมือนกับเป็นเรื่องประหลาด แต่เป็นเรื่องประหลาดที่เป็นความจริง  ในที่สุดแล้วเรื่องนี้ก็จะผ่านไป เรื่องราวแย่ๆที่อยู่ในสายตาของผู้คนในวันนี้ก็จะเลือนหายไป  ใช่ล่ะ คุณจะถูกทำให้เปลี่ยนไปโดยเรื่องราวน่ากลัวที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลัง  .. คุณจะไม่เชื่อใจใคร คุณจะระวังตัว และคิดก่อนในทุกๆก้าวย่าง  แลัวคุณจะอยู่รอด  หวังว่าในระหว่างช่วงเวลาดังกล่าวนี้ คุณจะไม่ทิ้งความแข็งแกร่งที่จะชูมือขึ้นฟ้าได้อีกครั้ง นั่นเป็นจุดสุดท้ายที่จะ F*ck You และในที่สุด นั่นจะเป็นสิ่งที่สวยงามทีสุดที่จะดำรงอยู่ … อย่าให้พวกเขาพรากมันไปจากคุณ.

.

อยากบอกว่า … อ่านจบ .. น้ำตาไหล .. ไม่รู้ตัว

.

,

.
บทความนี้แปลโดย ppompam
.
ห้ามแอบอ้าง ดัดแปลง แก้ไข นำไปโพสท์ต่อ
.
เผยแพร่ต่อกรุณาเครดิต www.robstenteamthailand.com
.
.
.
Share

Comments (68)

ขอบคุณพี่แพมค่ะ

อ่านแล้วรู้สึก ตื้นตัน …. น้ำตาคลอ
รู้สึกดีใจจริงๆที่มีคนดีๆแบบ Jodie ยืนอยู่ข้างคริส เรื่องดีๆแบบนี้ หาได้จากที่นี่ บ้านนี้เท่านั้น สู้ๆนะ kristen

อ่านแล้วซึ้งมาก..จนมันออกมาเป้นคำพูดไม่ได้
รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่มีคนรักและหวังดีกับคริสขนาดนี้
ขอบคุณพี่แพมนะคะ

ซึ้งมาก อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย จูดี้เขียนได้ดีมากกกก คุณแพมก้อแปลได้ยอดเยี่ยม เพราะคริสเป็นคนดี ใครๆก้อถึงอยากจะปกป้องเธอ สู้ๆนะคริส เพราะชีวิตที่คุณอยู่ในตอนนี้มีแต่พวกเลวร้ายที่จ้องแต่จะทำลาย จาบจ้วง จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ โดยไม่คิดถึงคนที่ถูกกระทำเลย
พวกเราจะอยู่เคียงข้างคุณ
ขอบคุณมากค่ะคุณแพม
ปล. จูดี้กับคริสหน้าเหมือนกันมาก เป็นแม่คนที่สองของคริสใช่ไหมเนี่ย

Kristen..You never walk alone..ทุกๆ คนที่เคยสัมผัสหรือ อยู่ใกล้ชิด ล้วนแต่รักKris ทั้งนั้น .. Rob เองก็เช่นกัน..ขอบคุณคุณแพมที่สุด

ขอบคุณโจดี้ฟอสเตอร์ที่เข้าใจและยังคอยอยู่เคียงข้างคริส
อาชีพของคริสในตอนนี้ทำให้คริสต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก สูญเสียความร่าเริงที่เคยเป็น สูญเสียความเป็นส่วนตัว และความสุขส่วนตัว แต่เธอก็ยังดำเนินอยู่ได้ เพราะความแข็งแกร่งและเชื่อมั่นในตนเอง จนถึงจุดนี้เธอยังผ่านมาได้ แล้วกับเรื่องแค่นี้เธอก็ต้องผ่านมันไปได้ เธอต้องสู้ต่อไป
ฉันเลือกรักคนไม่ผิด ฉันรักเธอ ในความเป็นตัวของตัวเธอเอง แข็งแกร่ง และไม่ยอมแพ้สิ่งใดๆ ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ และฉันจะสนับสนุนเธอตลอดไป
ขอบคุณค่ะพี่แพมที่ทำให้เราได้มารวมตัวกันในบ้านที่แสนอบอุ่นหลังนี้ และได้เห็นมิตรภาพ ความรักที่มีต่อผู้หญิงคนนี้อย่างแท้จริง

ขอบคุณพี่แพมมากๆเลยค่ะ นั่งยิ้มเป็นคนบ้าอยู่หน้าคอมหลังจากกลับมาเหนื่อยๆ ^____^

โจดี้น่ารักมากจริง ๆ ค่ะ

ขอบคุณพี่เเพมมากค่า

พออ่านจบก็เหมือนทุกๆคนเลยค่ะ .. น้ำตาไหลรู้สึกรักคริสมากอยากปกป้องอยากทำอะไรเพื่อคริสให้ได้มากกว่านี้อยากเป็นกำลังใจให้คริสจังเลย .. เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่น่ารัก ที่กำลังกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุขตอนนี้เธอกำลังถูกสิ่งที่ตามมาจากสิ่งที่ตัวเองรักทำร้าย .. อยากเข้าไปกอดเธอแน่นๆจังเลยอยากให้คริสได้รู้ว่ายังมีผู้คนอีกมากมายที่รักและจะคอยสนับสนุนคริสตลอดไป
ขอบคุณโจดี้มากๆๆที่ทำให้รู้สึกดีทำให้รู้ว่ายังมีผู้คนที่รักและเป็นกำลังใจคริสขอบคุณจริงๆค่ะ
ขอบคุณมากๆๆๆนะคะพี่แพมสำหรับคำแปลบทสัมภาษณ์ที่มีความหมายและซาบซึ้งบทนี้ขอบคุณมากๆจริงค่ะ <3

ขอบคุณค่ะพี่แพมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

[...] (ถ้าใครยังไม่เคยอ่าน HERE | HERE [...]

[...] สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่าน Jodie Foster Speaks Out [...]

[...] สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่าน Jodie Foster Speaks Out for Kristen Stewart [...]

กลับมาอ่านอีกครั้งก็ทำน้ำตาไหลอีกครั้งเช่นเดิม .. รักคริสจังเลย <3

[...] เคยโพสท์เรื่องนี้ไปแล้ว >> Jodie Foster Speaks Out [...]

[...] Jodie Foster to Kristen Stewart  [...]

เราจะขออยู่เป็นกำลังใจให้น้องคริสตลอดไป รักเสมอ

ขอบคุณพี่แพมมากๆๆๆๆๆที่สุด. และ จะรัก kris. ตลอดไป

มาขอบคุณล่วงหน้านะคะ ยังไม่ได้อ่านเพราะยังไม่มีเวลา ขอบคุณมากนะคะ :)

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro