EPIC Interview : My Boyfriend is English : Part 1

52

Category : News

Hi Robsten Team @ 02:22 BKKLT

..

FINALLY !!!.

แล้วเราก็ได้เห็นภาพของ Rob & Kristen

จากงาน Christening ลูกชายของ Matilda Sturridge

เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา / September 04,2011

SOURCE

.

Photobucket

Photobucket

.

ใครที่ตกข่าวนี้ ตามไปอ่านย้อนหลังได้ >>>Robsten at Matilda’s baby christening in London

 

.

.

Photobucket

.

บทความนี้แปลโดย @ ppompam เป็นลิขสิทธิ์ของ www.paksiree.com

ห้ามคัดลอก แต่งเติม ดัดแปลง ทั้งหมด หรือบางส่วนของบทความ

ไปเผยแพร่ต่อโดยเด็ดขาด ถ้าจะโพสท์ต่อกรุณา Link เครดิต

..

ย้อนอ่าน preview & รูปแฟชั่นปกฉบับนี้ได้ตามลิงค์ : HERE

.

ก่อนอื่นขอบอกว่า … น่าขำ และน่ารังเกียจสิ้นดี ที่ Fan sites ของ Rob หลายๆ เวป รวมทั้ง twilight Fan sites อีกหลายเวปที่ไม่ลงข่าวสัมภาษณ์ Kristen ใน GQ  เลย พากันเงียบกริบ ทั้งที่เคยพล่ามน้ำลายแตกฟองว่า ไม่ได้จงเกลียดจงชัง Kristen …  ทำไมหนอ ทำไมจะยินดีกกับความสำเร็จของผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้กันไม่ได้ … ทั้งที่ผู้ชายที่พวกหล่อนหลงละเมอถึงนั้นรักผู้หญิงคนนี้เต็มหัวใจ …

พวกเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า Rob & Kristen น่ะเข้ามาคอยเช็คเรื่องของตัวเองใน RK Fandom และ HB ก็เคยบอกเราแล้วว่า ระหว่าง Rob กับ Kristen ใครชอบ Google ตัวเองมากกว่ากัน  มาคราวนี้เราก็ได้รู้ว่า นอกจากทั้งคู่จะรู้จัก Robsten แล้ว พวกเขายังรู้จักคำว่า Nonsten และแน่นอนว่า Rob ต้องรู้ความหมายของคำนี้ … เคยบอกไปแล้วว่า แม้กระทั่งทีมบอดี้การ์ดของ Rob ยังรู้จัก Haters และต้องดูแลความปลอดภัยให้กับ Kristen เป็นพิเศษในงาน WFE New York Premiere  … แล้วคิดว่า Rob จะพิสวาสหรือจะรังเกียจ Nonsten พวกนี้ ในเมื่อเขารู้ว่า ผู้หญิงพวกนี้คิดร้ายกับผู้หญิงที่เขารัก ….

..

.

.Photobucket

.

.

JonathanHeaf  จาก GQ London มีโอกาสนั่งคุยกับ Kristen Stewart ที่ร้านอาหารในบรรยากาศอบอุ่นสบายๆ ชมวิวภูเขาแถบ Topanga Canyon  ( บ้านใหม่ของใครก็ไม่รู้อยู่แถวนั้น / โอโด / ppompam )  พร้อมกับเบียร์เย็นๆ และ Nachos อุ่นๆ ดิปปิ้งด้วย homemade salsa … “นี่เป็นเพียงที่เดียวในแอลเอ ที่ฉันยังคงมานั่งได้ เป็นมุมเล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครมองเห็นฉัน แล้วก็…. ฉันอยากให้มันเป็นแบบนี้ต่อไป” ... เธอพูดด้วยนัยยะที่ไม่อยากให้ JonathanHeaf  บอกต่อกับใครๆ นั่นเอง

และแม้ว่า Kristen จะปลอดภัยอยู่ในเซฟเฮาส์ของเธอ  แต่บ่อยครั้งที่เธอยังเบาเสียงพูดลงจนแทบจะกระซิบ … ไม่อยากจะบอกหรอกนะว่าเธอกังวลเกินไป จนพารานอยด์ แต่ก็ดูออกได้ชัดเจนว่าเธอดูกังวลและอึดอัด เมื่ออยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า โดยเฉพาะกับนักข่าว ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะนับตั้งแต่ ปี 2007 ที่เธอตกกลงรับบท Bella  เธอก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโลก

ทั้งการถูกจ้องมอง ถูกติดตาม ถูกไล่ล่า ถูกสะกดรอยตามด้วยกองทัพสื่อและแฟนๆ  ทั้งทาง online ทั้ง papz ทั้ง Haters ทั้งสาวๆทั้งหลายที่กระหายอยากจะเข้าใกล้ Edward Cullen หรือ Robert Pattinson  รวมถึงกลุ่มสมาชิก Mumsnet Forum ที่ลุ่มหลงในการเลี้ยงดูแมว  Kristen ถูกติดตามล้วงลึก ทั้งใน L.A.  ใน  Hollywood  ในอังกฤษ ใน Scotland รวมถึง The Isle of Wight ทั้งในขณะที่เธอขับรถมินิสีเทาดำของเธอ ในขณะที่เธออยู่บน taxi  แม้แต่ในวันหยุดพักผ่อน  ไม่ว่าจะขณะทำงาน หรือ ไม่ก็ตาม … เธอถูกติดตามเข้าไปทั้งยามหลับยามตื่น ตามเข้าไปเป็นฝันร้ายในยามนิทราของเธอ

เรียกว่า Twilight ได้พลิกชีวิตของ Kristen Stewart แบบตีลังกาพลิกคว่ำพลิกหงายเลยทีเดียว ทั้งในทางที่น่าปลาบปลื้มชื่นชม และมองอีกทีก็น่าสะพรึงกลัว แต่ในที่สุดก็มาถึงเวลานี้ ... “It All Ends”

ใช่เลย เราถ่ายทำเสร็จสิ้นหมดแล้วทุกฉาก”  แล้วเธอรู้สึกโล่งอกไหมที่ ทุกอย่างได้จบลง  “มันยากมากนักในอาชีพนี้ที่จะรู้สึกว่าบทบาทนี้กำลังจะจบลง แต่บางอย่างมันก็ต้องมีตอนจบบทสุดท้าย ไม่มี Epic หรือ iconic scenes อีกต่อไป..”

 

ฉันประสาทเสียและกังวลมากๆ กับฉากแต่งงาน เมื่อฉันมองไปยังฉากที่จะถ่ายทำ มองเห็นม้านั่งยาวเรียงราว และแสงสว่าง ซึ่งฉันสามารถมองเห็นทุกๆคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น เห็นทุกคนสวมชุดเข้าฉาก..แล้วฉันก็ร้องให้ ..พระเจ้าชุดนั้นมัน .. that fucking dress! ฉันถูกผูกติดอยู่กับชุดนั้นเป็นอาทิตย์ ฉันแทบจะเคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้เลย แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกแบบว่า มันเหลือเชื่อจริงๆ รู้สึกเหมือนกับการแต่งงานจริงๆอย่างนั้นแหละ … It felt like a real wedding.”

ช่วงเวลาสำคัญที่ทำให้พวกเรารู้ว่า (Twilight) มันจะเป็นอะไรที่มากกว่าที่คิด ก็คืองาน Comic-Con ที่ San Diego เมื่อปี 2008 นั่นเป็นงานโปรโมทงานแรกของ Twilight ที่พวกเราได้ไปปรากฏตัว และเราก็ไม่ได้คาดหวังอะไร มีแฟนๆเป็นพันๆคน ที่มารอพวกเรา นั่นเป็นช่วงเวลาที่เราสัมผัสได้ว่า twilight จะมีพลังมากขนาดไหน  ตอนนั้นมีฉัน มี Rob มี Ashley Greene และ Taylor  แล้วพวกเราก้ได้แต่มองหน้ากัน แล้วแบบว่า … ‘What the hell is going on’

 .

 

Photobucket

.

.

Robert Pattinson และ Kristen Stewart ได้กลายมาเป็นแรงดึงดูดแฟน twilight และเริ่มมีข่าว  are-they/aren’t-they  รักในจอ รักนอกจอ ของพวกเขาทั้งคู่ ให้ได้ยินกันหนาหูมากขึ้น  แฟนๆต่างเริ่มลุ่มหลงกันแบบล้ำลึก จนมีกลุ่ม Robsessed  ขึ้นมาใน internet  นับตั้งแต่เวลานั้น พวกทีมงานใน studio ก็เริ่มเดินกันพล่านพร้อมกับมีสัญลักษณ์ $ ดอลลาร์วิบวับในแววตา และมันก็เริ่มขึ้น ความบ้าคลั่งของ ตารางงาน ความต้องการข้อเรียกร้อง และการสัมภาษณ์ต่างๆ … มีสัญลักษณ์ $ ในแววตา นั่นก็หมายถึงการมองเห็นหนทางที่จะหาเงินใส่กระเป๋า Summit นั่นเอง / ppompam

 

จากความดังที่เรียกว่า Phenomenon ปรากฏการณ์ Twilight  ได้ส่งผลกระทบทุกแง่มุมชีวิตของ Kristen

“มันเป็นการก้าวกระโดดก้าวใหญ่สำหรับฉัน ฉันหมายถึง ฉันต้องมีการดูแลความปลอดภัย มีบอดี้การ์ด และนั่นหมายถึง ทุกที่ที่ฉันไป ฉันต้องไปกับคุณ  กับการมีผู้ชายตัวใหญ่ยักษ์ยืนอยู่ติดตัวฉันตลอดเวลา  JB คือชื่อของเขา … นั่นล่ะคนของฉัน นี่เขาอาจจะฆ่าฉันก็ได้นะที่ฉันพูดเรื่องนี้ แต่จริงๆนะ ขนาดเขาก็ยังมี goddamn  Fan site เป็นของตัวเองเลย  สาวๆพวกนั้นได้ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก และตอนนี้ใครๆก็รู้จักเขาในชื่อ  ‘HBG’ — Hottie Bodyguard.”

….อืมมมม… หรือจะเป็น Juicy Bodyguard ดีหนอ …

 

 

นับจากเหตุการณ์ที่ Rob เจอขณะที่เขาถ่ายทำ Remember Me ที่ New York และ  เสียงกรีดร้องที่ควบคุมตัวเองแทบไม่ได้ของกลุ่มแฟนๆตามงาน Premiere จนทำให้ Rob & Kristen ออกจากโรงแรมไปไหนไม่ได้ … แล้ว Kristen กลัวกระแสความคลั่งไคล้ ลุ่มหลงที่ บ้าคลั่งของแฟนๆ Twihards จนถึงชีวิตบ้างไหม …

Sure , หมายถึงว่า ผู้คนแบบว่า บ้าไปแล้ว ทุกคนทำในสิ่งที่ต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง  แต่มันจะเป็นการเสแสร้งแกล้งทำถ้าฉันนั่งอยู่ตรงนี้แล้วบอกว่า ผู้คนนั้นไม่ได้บ้าคลั่ง  ฉันรู้ว่าผู้คนมากมายต่างหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้ ก็พวกเขาอยากจะเมคชัวร์ 100% ว่าพวกเขานั้นเป็นที่ชื่นชอบอยู่ตลอดเวลา และทุกๆอย่างนั้น แหมมันช่างเป็นสิ่งที่แสนอเมซิ่งตลอดไป … แต่เมื่อถึงตอนจบ มันก็คือ ผู้คนน่ะบ้าไปแล้ว! ฉันน่ะมีความสุขที่จะทำงานงานหนึ่งให้จบเป็นงานๆไป  ในแต่ละครั้งหนังหนึ่งเรื่องฉันก็ได้เงินไปจ่ายค่าโน่นนี่นั่น ฉันไม่เคยต้องการชื่อเสียงหรือความโด่งดังแบบนี้เลย ฉันไม่เคยคิด ไม่เคยหวังจะให้ตัวเองมีชีวิตแบบนี้เลย

“ฉันดีใจนะ ที่ฉันไม่ใช่ดาราสาวๆ พวกนั้นที่พร้อมจะเปิดเผยชีวิตทุกอย่างของคุณให้ใครต่อใครได้รู้เห็น”

.

.

Photobucket

.

.

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า Kristen นั้นชอบที่จะสบถ สาบานอยู่เสมอๆ บางทีคำพูดสไตล์นี้ก็ดูจะเหมาะกับผู้หญิงบางคน  และมันก็ลงตัวพอดิบพอดีกับความเป็นตัวของตัวเอง … ของ Kristen Stewart

ฉันคงแบบว่า … ไม่มีทาง ‘No Way.’ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมไม่เคยมีใครมาเสนอบทหลายๆบทแบบนั้นกับฉัน ฉันนั้นต้องมีการเคลื่อนไหว แม้แต่ในขณะเริ่มต้น ฉันทำสิ่งต่างๆอย่างจริงจัง ฉันไม่ใช่เด็กประเภทที่จะมาแสดงหนังโฆษณาตุ๊กตา หรือแสดงหนังเด็กทางช่อง Nickelodeon พวกเขาก็เคยให้ฉันแสดงอะไรโง่ๆ  แต่เผอิญว่าฉันไม่ใช่เด็กงี่เง่า

 

ใครๆก็ชอบพูดว่า Kristen ชอบหงุดหงิด หน้าตาบึ้งตึง เจ้าอารมณ์ … ซึ่งเธอก็รู้ถึงคำวิจารณ์พวกนั้นดี …

ก็ตลกดี วันก่อนฉันหยิบเป้ใบเก่าออกมาจากในตู้ เป็นใบที่ฉันใช้อยู่ตลอดเวลาตอนที่ฉันยังวัยรุ่น แล้วมันมีสัญลักษณ์  anarchy อยู่บนเป้ มีคำพูดต่างๆ และมีพวกหมุดเหล็กบนนั้นด้วย  ฉันก็แบบว่า …ว้าวว คุณต้องชอบอะไรที่มันดูแบบนี้จริงๆนะเนี่ย … ไม่สนว่าใครจะคิดยังไงก็ตาม  ตอนอยู่โรงเรียนฉันก็จะเป็นแบบทำอะไรตามกฏนะ แต่ฉันชอบอะไรที่มันดูแหกกฎน่ะ อย่างแบบว่า .. เฮ้ ,ฉันไม่แคร์แ-่งหรอก อะไรก็ช่าง  .. แต่ถ้าฉันไม่ได้ส่งการบ้านทันตามเวลาล่ะก็ ฉันก็กลัวลนลานเลยล่ะ”

นี่ฉันไม่ได้ต้องการจะดิสเครดิตใครเป็นการส่วนตัวนะ แต่ฉันคิดว่าผู้คนน่ะก็เหมือนๆกันหมด ผู้คนทุกคนก็มีอะไรคล้ายคลึงกัน ถ้าคุณมีความคิดจินตนาการที่ดีพอ คุณก็จะสามารถรู้สึกได้ถึงสิ่งนั้น สิ่งที่โดยส่วนตัวคุณเองรู้ได้ว่าคุณไม่เคยทำมันมาก่อน นั่นคือการแสดง

 

มุมมองของ Kristen ในการเลือกอาชีพนักแสดง .. ตอนที่เธออายุเพียง 13 ปี เธอบอกกับแมกกาซีนฉบับหนึ่งว่า เธอคิดว่า การแสดงนั่นคือ .. ชีวิตของการเสแสร้ง .. “living a lie”.

เพื่อนๆของฉันมักจะบอกว่าชีวิตการแสดงมันง่ายเหลือเกิน พ่อของฉันก็จะพูออะไรประมาณว่า ..โอว..ไปเหอะ ไปนั่งท่องบทอยู่ใน trailer ของลูกเถอะ แล้วก็ออกไป โกหกเสแสร้งเพื่อเลี้ยงชีพ …ประมาณนั้น นั่นเป็นอะไรที่ฉันพูดตอนที่ฉันเด็กๆ แต่ไม่ต้องกลัวไป ทุกวันนี้ฉันมีมุมมองในการแสดงแสร้งสมมติมากขึ้นแล้ว

 

 

ขอบอกว่า แปลไม่ไหว … หมดเวลา..

ขอข้ามเรื่องที่ Kristen พูดถึงผลงานเก่าๆของเธอ เรื่องโรงเรียน และเรื่อง On the Road ไปก่อน

…  เพราะคิดว่า พวกเราคงอยากฟังเรื่อง ต่อไปนี้มากกว่า …

.

.

Photobucket

.

.

 Snow White and the Huntsman  ได้ไปถ่ายทำกันที่  Gloucestershire, แต่กระนั้น Kristen ได้เช่าที่พัก และใช้เวลาดีๆอยู่แถวๆ Notting Hill ใน London วันก่อนหน้าที่จะถ่ายแฟชั่นกับ GQ  เธอได้อธิบายว่าเธอน่ะอยากรู้ และต้องการที่จะรู้จักอะไรๆ เกี่ยวกับอังกฤษอีกมาก  แฟนของฉันเป็นคนอังกฤษ – my boyfriend is English และเมื่อเรายกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้ง เธอหน้าซีดเผือดราวกับเลือดไหลลงไปรวมกันที่รองเท้าของเธอเลยทีเดียว  “ ฉันไม่มีทางที่จะพูดแบบนั้นเลยถ้าฉันรู้ว่าคุณจะมาสัมภาษณ์ฉัน – I never would have said that if I knew you were going to be interviewing me.”

เมื่อ Kristen รู้สึกว่า ความเป็นส่วนตัวของเธอถูกรุกล้ำ เธอก็รีบแปลงตัวเป็น  “Tiger Mom” ในทันที  เรื่องทั้งหมด ซึ่งถ้าคุณไม่ได้รู้อยู่แล้ว ว่า เธอนั้นคบเป็นแฟนกับ เพื่อนักแสดงหนุ่มจาก Twilight  Robert Pattinson, ฉันบอกกับเธอว่า ฉันแปลกใจนะที่เรื่องนี้ยังเป็นหัวข้อให้พูดถึง ทั้งที่มีทั้งรูปต่างๆ ของเขาและเธอในช่วงเวลาส่วนตัว ที่เห็นกันชัดเจนแจ่มแจ้ง ทั่วไปในเวปต่างๆ แม้แต่ช่วงเวลาที่ทั้งคู่หลบมาฉลองคริสต์มาสด้วยกัน 

Yeah, ฉันรู้เรื่องพวกนี้  มันง่ายมากๆที่จะ google ชีวิตฉัน ฉันหมายถึงว่า .. นี่ไม่เอาน่า พวกคุณน่ะ (เรื่องนี้) มันเห็นกันชัดออกนอกหน้าจะตายไป – So much of my life is so easily googled. I mean, it’s like, come on guys, it’s so obvious! … แบบว่าใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว …

อารมณ์เธอดูเครียดขึ้น เมื่อเธอบอกว่า  แต่ด้วยเรื่องนี้ ฉันไม่คิดว่าคุณจะตระหนักว่า มันเป็นเรื่องสำคัญแค่ไหนสำหรับคนอื่น ..เอาล่ะ มันเป็นเรื่องสำคัญ .. พวกเขาจะทำเป็นแบบว่า  ‘Oh. My. God’ นั่นมันอาจจะยังคงแค่ 50/50 ที่เขาจะเลิกกัน แล้วบางคนก็จะเป็นแบบว่า .. เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วพวกเขาไม่ได้เป็นแฟนกันเสียหน่อย … ชัดไหม Haters !!!!

 

และแน่นอนว่า Kristen รู้จักคำว่า “Robstens”  “Nonstens”  “Fuckstens – คบกันแค่นอนด้วยกันแค่นั้นเอง”  และเมื่อเธอรู้ Rob ก็ต้องรู้

ฉันไม่เคยใส่ใจกังวลกันเรื่องนี้แม้แต่น้อย มันก็แค่เรื่องๆหนึ่งในหลายๆเรื่องแค่นั้นเอง ฉันน่ะเป็นพวกเห็นแก่ตัว ฉันเป็นพวกแบบว่า นั่นคือของของฉัน ‘That’s mine!’ และฉันก็จะเก็บอะไรก็ตามที่เป็นของฉันไว้อย่างนั้น นี่มันเป็นเกมส์เล็กๆตลกๆ แล้วมันก็เป็น a slippery slope  ฉันน่ะบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า ฉันไม่มีทางที่จะเสียอะไรให้กับเรื่องพวกนี้ เพราะมันไม่ได้มีประโยชน์ได้เสียอะไรกับชีวิตของฉันเลย”

สะใจที่สุด …. (a slippery slope : เรื่องขึ้นต้นอย่างหนึ่งแต่ดันก็พากันให้กลายเป็นอีกเรื่องที่เสี่ยงและเกิดผลเสียตามมา เหมือนการเดินบนเนินลื่นๆให้ระวัง เพราะเดี่ยวจะต้องล้มลงปากฟาดพื้นประมาณนั้น ..เข้าใจป่าวคะอธิบายไม่ถูกอ่ะ  แบบว่า เรื่องที่จะทำให้เกิดปัญหาตามมาอะไรแบบนั้นน่ะค่ะ)


.

หมดเวลา ที่เหลือแปะไว้ก่อน จะเอามาเล่าต่อในโพสท์ต่อๆไป …

.

.

Anarchy Sign บนกระเป๋าเป้ของ Kristen

.

Photobucket

.

.

เจอกันที่ แอลเอ …บ่ายๆวันศุกร์ค่ะ

,

,

,

 

Share

Comments (52)

[...] GQ UK 2011 Part 1 |GQ UK 2011 Part 2 [...]

[...] ย้อนอ่านสัมภาษณ์แปลไทย Part I – HERE [...]

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro