When in Rome .

64

Category : Robsten Fanfics

Hi Robsten Team @ 00:45 BKKLT

.




Find more videos like this on Twifans

.

เนื้อเรื่องและบทสนทนา ทั้งหมดเป็นการแต่งขึ้นตามจินตนาการ อิงตามเหตุการณ์จริง

.. แต่สิ่งของ  เครื่องใช้ที่กล่าวถึง สถานที่  ตัวบุคคลหลัก และเหตุการณ์บางเหตุการณ์

 เป็นเรื่องจริง หรือ อ้างอิงภาพจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในงาน

.


Photobucket

.

*** ห้ามคัดลอก ดัดแปลง แต่งเติม แอบอ้าง นำไปเผยแพร่ต่อเด็ดขาด ***




When in Rome …

.


โรม.. เมืองที่มีหลายร้อยพันความหมาย มากมายหลายชื่อเรียกขาน ตามหนังสือประวัติศาสตร์  เมืองที่ฉันจะมาใช้เวลาอยู่ที่นั่นสามวันนับจากนี้

เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ..มาก .. สำหรับฉัน

ไมเคิล กับ แคทเธอรีน.. ฉันเหลียวมองผ่านช่องว่างแคบๆ ระหว่างเก้าอี้ ในช่วงที่ไมเคิลลุกไปเข้าห้องน้ำ .. อย่างน้อยก็เพื่อจะไม่ให้เกิดปัญหาอะไรตามมา..  เขา .. นั่งอยู่ด้านหลังพวกเรา

ร็อบ.. นั่งเงียบๆ ดูท่าทางผ่อนคลาย ตามแบบของเขา.. ฉันอิจฉาที่เขาสามารถเก็บทุกอย่างไว้ภายใต้ท่าทางที่เรียบเฉย ในทุกสถานการณ์  ทุกๆการสัมภาษณ์ ทุกๆ การเดินทาง

ส่วนตัวฉัน… รู้สึกปั่นป่วนตั้งแต่ก่อนที่ล้อเครื่องบินจะแตะแผ่นดินอิตาลีเสียอีก

Twilight ..  หนังเรื่องแรกของนวนิยายซีรีส์ที่โด่งดัง กำลังเตรียมตัวจะเข้าฉาย กับบทของเบลล่า สวอน สาวน้อยอายุ 17 ที่แปลกๆไม่เหมือนใคร  กับความรักของแวมไพร์ เอ็ดเวิร์ด คัลเลน

ก่อนหน้านี้ ฉันกับ ร็อบ แสดงด้วยกันอย่างไม่มีปัญหาอะไร .. เคมิสทรี ระหว่างเรา ทั้งสัมผัสทางกายและความรู้สึกนั้น มันทำให้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับฉัน .. เทียบกับดาราคนอื่นที่แสดงคู่กับฉันในเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้ .. กับร็อบ.. ช่างพิเศษ ไม่เหมือนใคร .. เขาเพอร์เฟคท์มากในบทของแวมไพร์.. คนรักของฉัน

แคทเธอรีน  .. ยังขอบคุณฉันไม่หยุดที่เลือกร็อบ สำหรับบทรัก ที่เหมือนจริงไม่มีที่ติ ..เธอเหลือบตามองฉัน เธอรู้ว่าฉันแอบมองผ่านซอกเก้าอี้ไปด้านหลัง

“ ร็อบ เรามีเวลาเพียงสามวันที่นี่ และมีรายการสัมภาษณ์ยาวเหยียด ”  แคทเธอรีนบอกกับเขา   ร็อบ เงยหน้าขึ้นมา กระแอม แล้วก็พยักหน้ารับ

“ พวกเธอต้องเตรียมตัว เป็นทีมเดียวกัน เพื่อรับมือ กับคำถามของพวกนักข่าว .. ฉันน่ะไม่ใช่เป้าหมายของพวกเขาหรอก  ” เคทเธอรีนบอก  ร็อบยกมือเสยผมยุ่งๆสีทองแดงของเขา พร้อมกับฉันที่บังเอิญกำลังเสยผมตัวเองเหมือนกัน


“ สงสัยจริง ทำไมเวลาที่ฉันอยู่กับคุณ ฉันไม่สามารถหาคำพูดดีๆ มาตอบได้เลย มันฟังดูงี่เง่าอยู่เรื่อย ”

“ แล้วทำไมเวลาผมอยู่กับคุณ ผมกลับรู้สึกดี ที่ได้แหย่คุณเล่นก็ไม่รู้นะ ”  เขายื่นหน้ามาติดกับด้านหลังที่นั่งของฉัน คำตอบของเขาทำให้หัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ .. รู้สึกร้อนไปทั้งหน้า  แต่ก็ไม่มีเวลาที่จะหาคำพูดอะไรมาโต้ตอบเขา เพราะ ไมเคิล แฟนของฉันที่คบกันมา ห้า ปี เดินกลับมานั่งข้างๆ.. ฉันถอนหายใจ .. รู้ได้ด้วยหางตาว่า ร็อบขยับตัวเลี่ยงออกไปพิงพนักเก้าอี้ของเขา
ฉันก็ได้แต่ทำเป็นสนใจวิวนอกหน้าต่าง

“ คริส.. ผมคุยกับลูกเรือเขาบอกว่า เราใกล้จะถึงแล้วล่ะ ” ไมเคิลบอกกับฉันยิ้มๆ


เมื่อเช้าก่อนที่เราจะออกเดินทางออกจาก แอลเอ  พวกทีมงานบอกกับเราว่า อากาศที่โรมจะเย็นมากขึ้นกว่าเดิม แล้วก็อาจจะมีฝนด้วย ฉันก็เลยสวมเสื้อแขนยาวแล้วก็มีแจคเก็ตอุ่นๆสีดำมาด้วย
โรมเป็นที่แรกที่เราเริ่มเดินสายโปรโมทในยุโรป  อย่างน้อย ฉันก็ยังจะได้ใช้เวลากับร็อบที่ เยอรมัน ปารีส แล้วก็อังกฤษ
“จริงๆแล้วฉันชอบยุโรปนะ ที่นี่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งอเมริกาไม่มี ” ไมเคิลพยักหน้า ยิ้มนิดหน่อยกับคำพูดของฉัน
มาถึงเวลานี้.. เหตุการณ์มันกลายเป็นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ มันอิหลักอิเหลื่อ น่าขำอย่างร้ายกาจ

ฉันเจอกับไมเคิล ตอนที่เราแสดงเรื่อง Speak ด้วยกัน ตอนนั้นฉันอายุ 13 ฉันคิดว่า ฉันตกหลุมรักเขาในทันที  รอยยิ้มของเขา ความเอาใจใส่ ที่เขามีให้ฉัน เราทั้งคู่อยู่ในช่วงเวลาของวัยรุ่นหัวกบฏที่กำลังร้อนแรง

ยังไงก็ดี ความรักของเราที่ผ่านมา 5 ปี  อารมณ์รักที่รุนแรง และความสนใจซึ่งกันและกัน ได้หายไป  ตอนนี้ ความสัมพันธ์ของเราเหมือนกับเรื่องราวกิจวัตรประจำวัน ไม่มีความตื่นเต้น หรือความรู้สึกวาบไหว เมื่อได้อยู่ด้วยกัน


เสียงประกาศของนักบิน ปลุกฉันจากภวังค์ความคิด  ..

ฉันรู้สึกได้ถึงสายตาของร็อบที่กำลังมองมา ฉันหันกลับไปด้านหลัง เพื่อจะเจอกับรอยยิ้มกับสายตาที่จ้องตรงมาที่ฉัน

“ คริส คุณไม่เป็นไรนะ ”

ไมเคิลได้ยิน เขาเอนตัวเข้ามาชิด มองสำรวจอาการฉัน  “ คุณเมาเครื่องบินเหรอ ”

ฉันส่ายหน้า .. โดยไม่ทันได้คิดอะไร ฉันหันไปสบตาร็อบ .. “ปล่าว ฉันสบายดี”



ระหว่างเครื่องบินลดระดับ เรามองเห็นโอลิมปิคสเตเดียม ซึ่งใช้เป็นสนามแข่งขันฟุตบอล  แคทเธอรีนโน้มตัวไปชะโงกดู พิงข้อศอกไว้ที่พนักเท้าแขนของไมเคิล  “ พวกเธอรู้ใช่มั้ยว่าคนยุโรปบ้ากีฬาฟุตบอลมาก  ร็อบ เธอน่ะต้องรู้อะไรดีๆ เพราะเธอเป็นคนอังกฤษ ”

ถึงตรงนี้ ร็อบยิ้มให้ฉัน อย่างหมายมาดอะไรบางอย่าง  “ คริส ถ้าคุณอยากรู้ ผมอาสาเล่าเรื่องราว ของชาวยุโรป ให้คุณฟังได้นะ ”  สายตาของเขา แคร์ และจริงจัง ชัดเจน ..ถ้าจะไม่มีใครมาขัดจังหวะ ไหล่ของไมเคิลเอนมากระแทกฉันเบาๆ  แต่สายตาของเขายังมองตรงไปข้างหน้า

ร็อบ ยังจ้องมองฉันอย่างตั้งใจ และมีรอยยิ้มขำๆ .. แคทเธอรีน กลอกตามองเพดานเครื่องบิน  อย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่ดีไปกว่านั้น กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
เมื่อเครื่องบินลงแตะรันเวย์ ฉันค่อยๆถอนหายใจ .. แม้ว่าฉันชอบที่จะไปสำรวจ และพบกับสถานที่แปลกใหม่ แต่การเดินทางข้ามทวีป มันก็ทำให้ฉันเหนื่อยล้าลงไปบ้าง

ฉันกระชับเป้ขึ้นสะพายหลัง ส่งสายตาบอกไมเคิลให้ขยับเตรียมตัวลง เขาก้มมองฉัน ยิ้มๆ แล้วยื่นมือมาจับมือฉันลุกจาก ที่นั่ง

ร็อบมองฉัน.. เขาส่ายหน้าอย่างไม่เเชื่อสายตา .. ฉันได้แต่มองเขาอย่างช่วยไม่ได้

“ อืม.. ไมเคิล ” แคทเธอรีนเรียกด้วยน้ำเสียงสดใส

“ฉันได้ยินมาว่า เธอได้รับบทในหนังเรื่องใหม่  เซอไพรซ์จริงๆ ยินดีด้วยนะ  แล้วหนังชื่อเรื่องอะไรล่ะ  ”

โอว.. ขอบคุณมากแคทเธอรีน ฉันนึกในใจ  เธอชายหางตามอง ร็อบ หลังจากที่ไมเคิลปล่อยมือของฉัน แล้วเดินไปคุยกับแคทเธอรีนเกี่ยวกับงานเรื่องใหม่ของเขา

ฉันได้ยินร็อบถอนหายใจ ผ่อนคลายลง  .. พวกเราขึ้นรถ Shuttle Bus เพื่อไปรอรถมารับที่เทอร์มินอล

“ มีอะไรเหรอ ” ฉันถามเขาเบาๆ ทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว

เขาสบตาฉันด้วยแววตาที่ อ่อนโยน  แต่แฝงด้วยความอ่อนล้า

“ คริส..  เมื่อไหร่ คุณจะพูดเสียที ”

“ พูด.. พูดกับใครล่ะ ” ฉันเสแสร้ง เฉไฉ ไม่เข้าใจที่เขาพูด

ลมหายใจของเขาสัมผัสม่านผมของฉัน  “ คริส อย่าทำอย่างนี้  ”  เขาขึ้นเสียงสูง

มือของฉันจับแขนของเขาไว้บีบเบาๆ .. ทำให้เขาสงบลง  “ ฉันบอกคุณแล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนี้มันไม่ง่ายเลย  และฉันก็รับปากแล้วว่า ฉันจะพูด .. และฉันก็จะทำตามคำพูด ”

“เมื่อไหร่ล่ะ .. ปีนี้ ปีหน้า หรือจะอีกยี่สิบปี ? ”  เขาพูดด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว

“ เวลาผ่านไปทุกวัน ..  เร็วๆนี้หรือเปล่า ”

“ ค่ะ ”

“ คริส ”  ฉันแทบจะละลายไปกับเสียงของร็อบ .. ก่อนที่จะเงยหน้าสบตาเขา

“ คะ ”

“ ผมเหนื่อย ”

ฉันตัวสั่นโดยไม่รู้ตัวด้วยคำพูดของเขา ..  ฉันสบตาเขาตรงๆ

“ ไม่นะร็อบ ฉันขอร้อง  ฉันบอกแล้วว่าฉันจะพูด ”

“ งั้นคุณก็พูดเสียสิ  .. เราต้องโดนแยกห่างกันตลอดเวลา .. ผมไม่รู้..  ผมไม่สามารถคาดหวังอะไรได้เลย  คริส..  คุณก็รู้ความรู้สึกของผม และคุณพูดว่า คุณจะพยายามเพื่อผม ”

“ใช่ และฉันก็หมายความอย่างนั้นจริงๆ  ”   เสียงของฉันดังขึ้น ทำให้ไมเคิลหันกลับมามอง แล้วเขาก็รู้ตัวว่า  เขาทิ้งฉันไว้กับศัตรูความรักของเขา

“ ร็อบ ฉันหมายความอย่างนั้นจริงๆ ” ฉันย้ำกับเขา ด้วยความตระหนก

“ ฉันสัญญา  คุณอย่าเพิ่งทำอะไรนะคะ ”

“ มิสเตอร์แพททินสัน เชิญทางนี้ครับ ” บอดี้การ์ดคนหนึ่งมาบอกให้ร็อบ ไปนั่งรถอีกคัน .. เขาส่ายหน้า  ก่อนจะสบตาฉันอีกครั้ง

“ คริส.. ” เสียงของเขาราวกับคนหมดแรง .. เขาไม่พูดอะไรต่อ..  ฉันได้แต่มองตามเขาก้มหน้าเดินตรงไปที่รถ

ราวกับว่า.. หัวใจของฉันจะแตกสลายลงในวินาทีนั้น


“ไปกันเถอะ ฮันนี่ ” แล้วไมเคิลก็มายืนกอดอก อยู่ข้างๆฉันเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอีกครั้ง

ฉันไม่ได้ตอบอะไรออกไป ได้แต่เดินตรงไปที่รถที่มารอรับเราอีกคัน

.


Photobucket

.


ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้

สไตลิสท์ประจำตัวฉัน เจสสิก้า  ยืนชื่นชมฉันในชุดพู่สั้นไม่มีแขนสีขาว ที่ฉันไม่ได้สนใจว่าเป็นของดีไซเนอร์คนไหน  รู้แต่ว่าฉันจะต้องสวมไปงานพรีเมียร์ในวันพรุ่งนี้ ์  ซึ่ง มันช่างเหมาะกับอากาศเย็นๆเสียจริงๆ ..มองออกไปนอกหน้าต่างโรงแรม ก็จะเห็นความงามของ จตุรัส เดล พอโพลโล  ที่มีชื่อเสียง

ฉันรู้สึกถึงอาการเริ่มแรกของไข้หวัดที่กำลังมาเยือน .. ฉันไอสองสามครั้ง

“ คริส คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ”  เจสสิก้าถามอย่างเป็นห่วง ขณะที่มองฉันผ่านกระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอน  .. ฉันส่ายหน้า  ลูบมือไปมาบนแขนอีกข้าง  ” อย่างเดียวที่ต้องการคือแจคเก็ต สำหรับวันพรุ่งนี้ ”   ฉันบอกกับเจสสิก้า พลางเริ่มถอดชุดที่สวมอยู่ .. ฉันตัวสั่นเพราะอากาศเย็นที่เข้ามากระทบผิว

“ แน่ใจนะ .. จะไม่ทานยา หรือ น้ำผึ้งเสียหน่อยเหรอ ” เธอถามย้ำ .. ฉันส่ายหน้าอีกครั้ง

“ ถ้าอย่างนั้น คุณพักผ่อนเถอะ งานหนักรอคุณอยู่พรุ่งนี้ ” เธอตบแขนฉันเบาๆ ให้กำลังใจ ก่อนที่จะเดินจากไป

ฉันยิ้มตอบขอบคุณเธออย่างอ่อนแรง .. เมื่อเธอออกไปแล้ว .. ฉันก็ขึ้นไปขดตัวนอนซุกอยู่ใต้ผ้านวมที่อ่อนนุ่ม อุ่นๆ ..

… … … …

ฉันอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ..

ฉันอยากจะ ว่า ว่า ว่า สบถใส่เขาแรงๆ เสียจริงๆ

ขอบคุณสวรรค์ ที่ไมเคิลยังสนุกอยู่ที่บาร์ของโรงแรม แทนที่จะมานอนอยู่บนเตียงกับฉัน

สถานการณ์เริ่มขมวดตึงจนฉันแทบจะทนไม่ได้ .. เหลือบดูเวลาที่นาฬิกาสีสายน้ำตาลบนข้อมือของฉัน ..หนึ่งในของขวัญจากไมเคิล

แล้วฉันก็เพิ่งตระหนักว่า .. ข้างนอกนั้นมืดสนิทแล้ว  .. เวลาที่ต่างกันของไทม์โซน ทำให้ฉันรู้สึกเพลียจริงๆ

ฉันอยากรู้เหลือเกินว่า ร็อบกำลังทำอะไรอยู่ในเวลานี้ .. ในโรงแรมที่อยู่ห่างออกไปสองสามบล๊อค

ตอนที่อยู่ในรถ ฉันพยายามถามแคทเธอรีนว่าเขาอยู่โรงแรมอะไร .. แคทเธอรีน เธอสังเกตเห็น และรู้ทุกอย่าง แต่เธอก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตาบอดตาใส

“ เขาพักที่ Exedra Piazza Della Republica ไม่ไกลจากโรงแรมของเรา ”  เธอกระซิบตอบข้างหู.. ทำเอาฉันหน้าร้อนด้วยความอาย

แคทเธอรีน รู้เรื่องระหว่างฉันกับร็อบ ที่ยังคาราคาซัง ว่านั่นคือ ความสัมพันธ์ทางใจ หรือ เป็นแค่มิตรภาพที่ดีกันแน่

มันเป็นอะไรบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นมา เป็นความรู้สึกที่กำลังผลิบาน ดำเนินคู่ขนานไปกับบทบาทของเราสองคนจากในจอ จนแทบจะแยกกันไม่ออก .. เราทั้งคู่รู้ และสัมผัสได้ กับความรู้สึกที่เพิ่งค้นพบ ความสุขที่อิ่มเอม ..ระหว่างกันและกัน

ในตอนแรก.. ฉันไม่อยากจะเชื่อว่า ร็อบ มาคัดตัวแสดงในเรื่องนี้ เพราะว่าเขาอยากรู้จักฉันจริงๆ .. Kristen ที่เป็นนักแสดงที่เยี่ยมที่สุดในหมู่นักแสดงวัยเดียวกัน .. คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกตัวลอย

แล้วเขาก็เข้ามาบอก มาแสดงความรู้สึกของเขาให้ฉันรู้ว่า .. เขาหลงรักฉัน .. ทุกๆอย่างที่เขาแสดงออกมา ตลอดเวลา สม่ำเสมอ .. ค่อยๆ ทำให้ฉันเริ่มตกหลุมรักเขา

กีตาร์ของเขาเอง ที่เขาให้ฉันเป็นของขวัญวันเกิด , CD ของ Led  Zeppelni  วงโปรดของฉัน และ คำชวนไปดูคอนเสิร์ตเพื่อนสนิทของเขาที่ลอนดอน

ฉันไม่อยากเป็นคนตีสองหน้าบอกว่า นั่นเป็นสาเหตุของการจบความสัมพันธ์ของฉันกับไมเคิล  และมันก็ใช่ว่าจะไม่เกี่ยวกับ ร็อบ เสียทีเดียว ร็อบก็เป็นหนึ่งในหลายๆตัวแปร และเหตุผล แต่ไม่ใช่เหตุผลหลัก

ความสนใจในตัวร็อบ ที่เกิดขึ้น  .. เมื่อเขามาบอกว่า เขาตกหลุมรักฉัน .. ไมเคิลรู้ และเขาก็คอยระวังอยู่ตลอดเวลา

ความรักของฉันกับไมเคิล.. เป็นความรักของเด็กวัยรุ่น ที่อยากแสดงออกถึงการครอบครอง  ไม่มีอะไรที่ลึกซึ้งมากไปกว่านั้น

ฉันได้ยินเสียงเขากำลังเข้ามาในห้อง .. ฉันรีบหันหลังให้ และแกล้งทำเป็นหลับ .. เตียงยวบลงตามน้ำหนักตัวของเขา ฉันบีบตัวเองให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเบียดตัวเองไว้อีกด้านหนึ่งของเตียง

… … …

ร็อบพูดถูก

ฉันต้องจบเรื่องนี้ก่อนที่เราจะต้องสูญเสีย

ฉันควรจะพูดกับไมเคิล โดยเร็ว .. ให้เร็วที่สุด และเดินจากเขาไป

เพื่อร็อบ .. เพื่อเรา


ร็อบอดทนกับเรื่องนี้อย่างมาก แต่พูดน่ะ มันง่ายกว่าการกระทำ .. ฉันยังไม่สามารถหาเวลา และโอกาสที่ฉันจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดกับไมเคิลได้เลย

แต่ ณ เวลานี้ ฉันต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด .. หลังจากที่ฉันได้เห็นสายตาที่เจ็บปวดของร็อบ ก่อนที่เขาจะเดินไปขึ้นรถ .. บางสิ่งบางอย่างในตัวฉันได้แตกสลายลง ..  อาจจะเป็น หัวใจของฉันเอง .. ที่ได้รับรู้ว่าถึงความทรมาณที่ทำร้ายผู้ชายที่ฉันรัก

ร็อบ.. ฉันขอโทษ

… … …


รถพาฉันกับไมเคิล ไปยัง  Auditorium Parco della Musica  สถานที่จัดงาน Rome Film Festival   2008 ฉันสวมแจคเก็ตหนังสีดำทับชุดสีขาว เพื่อป้องกันอากาศเย็น และ สายฝนที่โปรยปรายลงมาเพียงไม่กี่นาทีก่อนเวลาเดินบนพรมแดง  มันไม่ดีกับฉันเลยจริงๆ อากาศหนาวเข้ากระดูก

เมื่อเช้านี้ ร็อบกับฉัน ได้ไปร่วมงาน Press Conference แล้วก็ให้สัมภาษณ์ ต่อหน้ากล้อง เขาก็ยังตลก และหยอกล้อฉัน แต่ฉันก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ  เพราะจริงๆแล้ว เมื่อเราอยู่หลังกล้อง ฉันก็รู้ได้ว่า .. เขายังโกรธฉันอยู่

.

 

Photobucket

.


และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องพูดกับเขาในตอนนี้ .. ในรถ

เป็นความกลัว และกังวล ที่มีมากกว่าทุกครั้ง

คริส.. เธอต้องทำได้


“ ไมเคิล ” ฉันเรียกเขาด้วยเสียงเรียบๆ .. เขาละสายตาจากเส้นทางที่กำลังหาเราไปยัง Auditorium หันมามองฉัน

“ ว่าไงเหรอ ”

ฉันกัดริมฝีปาก มองหน้าเขา มองใบหน้าที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันรู้สึกรักเขา


“ ไมเคิล .. เรื่องราวของเราจบลงแล้วล่ะ ”

“ อะไร ว่าไงนะ ”  มือของเขาที่กำลังกุมมือฉันไว้ ตกลงไปอยู่ที่เบาะรถ

ฉันไม่สามารถทนสบตาเขาได้ ..  “ ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว .. ไมเคิล .. ความรู้สึกที่มีให้คุณ มันหมดไปนานแล้ว ”

.. เงียบ .. นิ่งสนิท..

ฉันได้แต่นั่งภาวนาอยู่ในใจว่าขอให้คนขับรถเป็นอิตาเลี่ยน ฟังภาษาอังกฤษไม่ออกด้วยเถอะ .. ไม่เช่นนั้นแล้ว..ข่าวคงดังไปทั่งโลกในพริบตา และไปถึง Summit ในที่สุด


“ คริส  คริสเตน.. คุณฟังนะ .. ”

“ ไมเคิล.. พอเถอะ ..”

“ คริสเตน.. ได้โปรดเถอะ.. มองผม.. ได้โปรด ”


ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“ ทำไม.. ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ..”

— เงียบ — นิ่งสนิท —

เสียงแค่นหัวเราะหลุดออกมาจากปากเขา..

“คุณ .. คุณรักเขา..ใช่มั้ย..ใช่มั้ย ”

“ ไม่ .. ไมเคิล ฟังนะ..”

“ ใช่สิ ทำไมจะไม่ใช่ ดูสิ .. ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ”  เขาเสียงดังมากขึ้น

“ คุณไปนอนกับเขามาแล้ว .. คุณทำทุกอย่างเพราะเขาใช่มั้ย .. มันน่าหัวเราะที่สุด ”
“ ไมเคิล .. หยุดก่อน ..ได้โปรดเถอะ ”

ฉันรู้สึกเหมือนโลกหมุน ตาของฉันแห้ง และแดงเพราะอาการไข้ที่กำลังก่อตัวขึ้น  .. ตัวสั่น เพราะฉันกำลังจะต้องลงไปพบกับแฟนๆที่รอฉันมานานหลายชั่วโมง


ความรู้สึกผิด.. และ.. เสียใจถาโถมเข้ามาหาฉัน
นี่ฉันเป็นบ้าอะไร ที่มาเลือกบอกเลิกเขาในเวลานี้ ..

“ไม่ ผมไม่หยุด ผมไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ .. คุณ คุณ.. คุณ ..คุณหลบเลี่ยงอยู่ตลอดเวลาที่จะงานไหนๆกับผม .. พระเจ้า.. ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจะมาติดกับดัก กับความหลอกลวงจอมปลอมนี้ ”
“ คุณว่างัยนะ  ”   ฉันตะลึงตัวเย็นเฉียบ หันไปหาเขา “ ไมเคิล .. อย่าไปว่าร็อบนะ คุณไม่รู้อะไร .. คุณไม่รู้ .. คุณกล้าดียังไง ”  ฉันตะโกนใส่เขาด้วยความโกรธ

คนขับรถเหลียวมามองด้วยความสงสัย

โชคดีที่ฉันปาดน้ำตาออกไปเสียก่อนที่เขาจะเห็น

“ คริส.. คริส.. คริส.. ” เสียงของเขากร้าว รุนแรง คว้าข้อมือฉันไปบีบไว้แน่น

“ โอเค.. คริส.. มันชัดเจนมากๆว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป ”

“ถูกต้อง” ฉันพยักหน้ายอมรับ

“ แต่ผมยกโทษให้ ”

“ อะไรนะ .. คุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ฉันพูดอะไรที่ทำให้คุณสับสนเหรอ  ”  หรือที่เราพูดกันนี่มันทำให้เขางงจนเข้าใจผิด

“ ไมเคิล ”

“ … ”

ด้วยความหลงตัวเอง ถือดีของเขา .. มันทำให้เขาเข้าใจแบบนี้เหรอ

“ ไมเคิล  .. ฟังนะ ร็อบไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ฉันตัดสินใจ เรื่องของเราในวันนี้  ไม่ใช่เขาทั้งหมด ”  ฉันสุดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่   “ ร็อบเข้ามาทีหลัง มาทำให้ฉันแน่ใจว่า มันมีอะไรมากกว่านั้น ”  นี่เป็นการพูดที่ยากที่สุดในชีวิตของฉัน

สายตาของไมเคิลว่างเปล่า  ปากของเขาสั่นเล็กน้อย.. โอว พระเจ้า .. ฉันหลับตา รู้สึกถึงความโกรธที่กำลังจะปะทุ

“ ฉันขอโทษ..ไมเคิล .. ฉันเสียใจ ”

เสียงกรี๊ดของแฟนๆ ดังเข้ามาในรถ .. ตอนนี้มีแค่ประตูรถเท่านั้น.. ที่กั้นกำบังฉันเอาไว้กับโลกข้างนอก …

.


.

.

Translation Italian into English by @ strocchia

Translation & Edited in Thai by @ppompam

.


ไม่น่าเชื่อ.. ว่าแปลไป .. น้ำตาซึม ..

กลับไปอ่าน Robsten Love Story : IV  จะยิ่งเข้าใจมากขึ้น

.

.

To be Continued ..

 

.


Share

Comments (64)

ว้าววววววววววววว!!!

พี่แพม เจจิตตรีเพิ่งมีเวลาอ่าน

TT^TT

ถ้าเรื่องนี้เป็นอย่างงี้ คริสเป็นคนที่หนักใจมากที่สุดเลยนะคะ

ขอบคุณมากๆๆเลยคะพี่แพม ^^

ขอบคุณค่ะพี่แพม

เล่นซะแอ้อินเลยค่ะ

ขอรายงานตัวอีกครั้งะค่ะพี่แพม เพราะว่าช่วงนี้หายไปนาน…..ยังงัยก็เหมือนเดิมยังรักบ้านนี้ไม่เปลี่ยแปลง

ขอบคุณค่ะพี่แพม

นาทีที่ 2:48 ต่างคนต่างหันมามองกันและกัน ไม่ต้องมีคำอธิบายว่า โลกนี้สีชมพู ขอบคุณค่ะ พี่แพม

ขอบคุณมากค่ะพี่แพม ^^

เรื่องราวจริงๆจะเป็นยังไงคงไม่มีใครรู้ ถ้าคล้ายๆแบบนี้ คริสเต็นต้องเข้มแข็งมากๆ และความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันคงพิเศษจริงๆ ยิ่งดูคลิปไปด้วย อินมากๆๆค่ะ

ขอบคุณค่ะพี่แพม

แอบคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงทั้งหมดไปแล้ว.. ต้องเลื่อนกลับขึ้นไปอ่านข้างบนเพื่อดึงตัวเองกลับมาใหม่อีกรอบ.. พี่แพมเก่งจังค่ะ ^^ ภาษาสวย อ่านแล้วอิน ไปถึงไหนต่อไหนแล้วนั่น..ยิ่งตอนไมเคิลอวดดีนี่แอบโมโหเลย.. 555 ขอบคุณพี่แพมนะคะ ^^

อ่านแล้ว สงสาร Kris ค่ะ เธอตัวเล็กนิดเดียว แต่ต้องแบกรับความอึดอัดไว้มากมาย งืออ สงสาร Rob ด้วยค่ะ โกรธ นายเครื่องเทศศ ชิ้ๆ อ่านแล้วอินอย่างแรงค่ะ 555

ขอบคุณพี่แพมมากๆๆค่าา

น้องคริสผู้น่าสงสาร สาวน้อยแสนซนไม่ได้เข้ามาอ่านจะไม่ทราบอะไรเลยไม่ใช่จะหาอ่านได้ง่ายๆถ้าไม่มีคุณแพมที่น่ารัก อ่านแล้วยิ่งรักน้องคริส สงสารร๊อบ ถึงจะเป็นแค่จินตนาการอ่านแล้วน้ำตาซึมเลยอ่ะ…..

มันก็ยากที่จะเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้ให้กดดันตัวเองเงียบ ๆ
เหมือนปัจจุบันมีรักแบบป็อปปี้เลิฟ ในขณะเดียวกันก็มีอีกคนนำรักแท้แบบคนโตๆ มามอบให้

คนเราพอรู้จุดเปลี่ยนในชีวิต ก็ต้องเลือกสิ่งที่ดีสำหรับอนาคตให้ตัวเอง

เรื่องแบบนี้พูดยากจริง ๆ แต่Robsten ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้แล้วว่า มันไม่ได้ฉาบฉวยจริง ๆ

อ่านกี่ครั้งก็น้ำตาซึม ขอบคุณค่ะคุณแพม

[...] ที่งาน  Twilight Premiere at Rome Film Festival 2008 |When in Rome  ซึ่งดูเหมือนว่าในเวลานั้น Rob [...]

[...] ‘When in Rome # I’ [...]

This site is protected by WP-CopyRightPro