Haper’s Bazaar : Robsten Close … Very Close.

28

Category : News

Hi, Robsten Team  @ 14:20 BKKLT

/

.

 photo Les-deux-acteurs-sont-plus-complices-que-jamais_portrait_w858.jpg

/\.

/

/

ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Rob & Kristen ใน Harper’s Bazaar B  ฉบับ December 2009 ซึ่งโพสท์เป็นของขวัญวันเกิดชิ้นสำคัญของพอดี  อ่านไปก็ยิ้มไปด้วย บางทีถึงกับต้องหัวเราะออกมาดังๆ ในความน่ารักของทั้งคู่ ช่างผิดกับอารมณ์ในตอนที่อ่าน VF ราวฟ้ากับก้นเหว   อ่านจบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเล่าสู่กันฟัง จะได้มีความสุขด้วยกัน กรี๊ดดดด กันให้เสียงแหบเสียงแห้ง ยิ้มกันทั้งวันให้แก้มแตกกันไปข้างนึงเลยละกัน

.


Photobucket

/

ชมภาพ Photoshoot ของ Harper’s Bazaar ทั้งหมดได้ตามลิงค์

/

 RobSten-on-the- Cover-of Harper’s Bazaar : Dec 2009

/

 photo Robsten-twilight-series-20512606-901-1200-1.jpg


.

Laura Brown จาก Harper’s Bazaar  แยก สัมภาษณ์ Rob & Kristen ทีละคน แต่เชื่อมั้ยคะ อ่านแล้วเหมือนพวกเขานั่งอยู่ด้วยกันเลยค่ะ —

ห้องพักของ Rob & Kristen อยู่ติดกันบนชั้นสามสิบอะไรสักชั้น ในโรงแรม Sheraton in VC  ( อิอิ –  shippers ทุกคนรู้ดีว่า พวกเขาพักชั้น 34 เนอะ เนอะ)  พวกเขาทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันอยู่ในห้องบนตึกระฟ้า ราวกับเป็นเจ้าหญิง Rapunzel ที่โดนขังอยู่ในหอคอย อย่างในเทพนิยายกริมมส์

Kristen :  “ที่นี่มีทางออกราวๆ 15 ประตู ที่ให้พวกเราทุกคนใช้หลบ paps  Rob น่ะ เขาหงุดหงิดอึดอัดกับเรื่องนี้มากกกก  ก็เขาอายุ 23 แล้วนะ และฉันเพิ่ง 19  เขามีเวลาอีก 2-3 ปีก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นอิสระพึ่งตัวเองได้เต็มตัว ตรงกันข้ามกับฉันที่กำลังจะอายุถึงกำหนดที่ฉันจะสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง”  เธอหยุดคิดครู่หนึ่ง  “แต่มันน่าเบื่อเพราะนี่คือเรื่องที่ฉันแม่งกำลังพูดถึงมันอยู่น่ะสิ”

Rob เองก็พูดถึงขีดจำกัดในเรื่องนี้เช่นกัน  “คุณจะว่าอะไรมั้ย ถ้าเราไปนั่งคุยกันด้านนอก?”  เขาถาม ขณะที่ยืนอยู่ในห้องพักของเขาในโรงแรม พลางมองออกไปนอกหน้าต่าง  “ผมอยากสูดอากาศข้างนอกน่ะ”

มันเป็นวันที่อากาศหนาว ฟ้าครึ้มเมฆ แต่ใครจะปฏิเสธกับอิสระเล็กๆ น้อยๆ กับเขาได้ล่ะ  (และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ ชายหนุ่มคนนี้ให้ยืมแจคเก็ตของเขาใส่กันหนาว แต่นั่นบางทีอาจจะเป็นเพราะเขาคือคนอังกฤษก็ได้นะ)

Rob ไม่ได้เพียงแค่ต้องเผชิญหน้ากับปาปารัซซี่เท่านั้น แต่เขายังต้องเจอกับสาวๆ ที่เข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเขาอีกด้วย  ชาวนิวยอร์คเกอร์คงจำกันได้ เมื่อเขาถูกรถแทกซี่เฉี่ยวขณะที่กำลังพยายามหนีจากกลุ่มแฟนๆสาวๆ ที่เข้ามารุมทึ้งกระชากคอเขาเข้าไปกอดจูบกลางถนน ระหว่างการถ่ายทำ  Remember Me เมื่อหน้าร้อนที่ผ่านมา  “แต่อย่างน้อยนั่นมันก็เป็นประสปการณ์อย่างหนึ่ง เป็นอะไรที่ใหม่ซึ่งผมไม่เคยเจอมาก่อน”  เขาบอก  “ถ้ามันเป็นเพียงเสียงร้องกรี๊ดกร๊าด และผมก็รู้ว่านี่มันฟังดูตลกไร้สาระ ซึ่งแบบนั้นมันก็เก่าไปแล้ว แต่บางครั้งเมื่อมันเกิดความโกลาหล เหมือนเข้าไปอยู่ในสนามรบ นั่นมันก็เป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นเหมือนกัน คุณก็แค่วิ่งฝ่าฝูงคนที่พยายามวิ่งไล่ตามคุณ และไม่มีใครรู้ว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้น”

Rob ได้พักเพียงสองสามวัน ก็มีข่าวที่แต่งขึ้นโดย (กระเทยหมูตอน) Perez Hilton (home of some of Rob’s 15,200,000 Google hits) โพสท์ใน blog ของเขาว่า “Where is R-Patz?! R-Patz หายไปไหน??” 

“คือถ้าผมไม่ออกไปไหนให้เห็น ผมก็คงกำลังนั่งเสพเฮโรอีนเกินขนาดอยู่มั้ง” Rob เดาแบบประชดประชัน “ถ้าไม่ใช่แบบนั้น ก็คงเป็นอีกอย่างที่แย่พอกัน”

 

…. …. ….

 //

ในตอนนี้ใครๆก็อยากรู้ว่า Rob & Kristen นั้นคบกันอย่างคนรักกันหรือเปล่า  …..  HB บอกเพียงว่า — เห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาทั้งคู่สนิทกัน ใกล้ชิดกัน มาก-มาก


/

 photo Rob-Pattinson-and-Kristen-Stewart-Harper-s-Bazaar-robert-pattinson-and-kristen-stewart-9213699-901-1200.jpg

.

,

HB เริ่มคำถามว่า ใครโรแมนติกที่สุด  Kristen บอกว่า ”I have a no-bullshit detector ฉันเป็นคนที่มีเครื่องจับสัญญาณความตอแหล ดังนั้นฉันขอตอบว่า Rob  ฉันคิดว่า ความรัก ความโรแมนติก เป็นอะไรที่ซืีอสัตย์ ตราบใดที่มันยังตรงไปตรงมาอยู่เช่นนั้น มันก็ไม่ได้เป็นภัยอะไรใดๆ เลย.. ”so I’d have to say Rob is. I think romance is anything honest. As long as it’s honest, it’s so disarming.”

ส่วน Rob  ถึงกับหัวเราะเบาๆ เมื่อถูกถามด้วยคำถามเดียวกัน  “อืมมม… ไม่รู้สิ  แล้ว Kristen ตอบว่าอะไรล่ะ” …  Kristen ตอบว่า คุณ … “ไม่หรอก ผมก็แกล้งๆทำได้เก่งกว่าต่างหากเล่า”  แล้วเขาก็หัวเราะเสียงดังไปพักใหญ่

ทั้งสองคนพบกันครั้งแรกเมื่อปี 2007 ตอนที่เขามาคัดตัวแสดงเรื่อง Twilight  ที่ทั้งคู่คิดว่าจะมารับบทในหนังแวมไพร์ก็เท่านั้น  ไม่ได้คิดว่า หนังจะประสบความสำเร็จ ถล่มทลายเป็นประวัติการณ์ด้วยรายได้  380 ล้านเหรียญ และมีตัวเองเป็นตุ๊กตาบาร์บี้  ….. การคัดตัวในวันนั้น ทั้งคู่ต้องแสดงฉากในห้องนอน  

Kristen : “มันก็เหมือนเราสองคนนอนลงไปด้วยกัน  แต่เราสองคนกลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น …. เหมือนความรู้สึกตอบสนองซึ่งกันและกัน …. เป็นอะไรที่ชัดเจนมากๆ”  มีคนเมาท์ว่า Rob กินยานอนหลับไปก่อนหน้านั้น   “ผมรู้สึกนิ่งและมีสติอยู่ตลอด แล้วเราก็แสดงมันออกมาได้ดี ได้สมบทบาทมากๆ ….  ผมก็ทำเหมือนๆกับที่เคยไปแคสติ้งที่อื่นๆมา  แต่มันก็เหลวไม่เป็นท่าเอาเสียเลย  ….  Kristenน่ะ แตกต่างจากที่ผมคิดไว้ถึงผู้หญิงที่จะมารับบทเบลล่าควรจะเป็นเอามากๆ  ผมรู้สึกเหมือนโดนข่มขวัญเลยทีเดียว”

Kristen เป็นวัยรุ่นที่เอาจริงเอาจังกับการทำงาน  และการที่เธอต้องตัดผมเพื่อมารับบท Joan Jett นั้น ไม่ได้ทำให้ความเป็นเธอนั้นเสียไปเลย  Twilight Fans บางส่วนรู้สึกแย่กับผมสีดำที่ไม่เป็นทรงของเธอ   “ฉันว่ามันตลกดีนะ ที่คุณจะต้องดูสวยอยู่ตลอดเวลาน่ะ …. แล้วตอนนี้ผมของฉันก็เริ่มยาว ไม่เป็นทรง มันก็ดู ตลกๆ นิดหน่อย แต่ฉันก็รับได้นะ”

Rob : “Kristen เธอสบถสาบานยังกับพวกกะลาสีเรือแน่ะ และเธอก็รับรู้เข้าใจกับทุกอย่างได้ 200 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะ …. เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่เหมือนใคร  คุณจะไม่ได้เจอผู้หญิงแบบ Kristen ได้มากนักหรอกนะ”


/.

 photo 23.jpg

/.

วันที่สัมภาษณ์นั้น Kristen สวมชุดประจำของเธอ ซึ่งก็คือ กางเกงยีนส์  เสื้อยืดขาว แล้วก็สวมฮูดดี้ทับอีกตัว นั่งอยู่บนระเบียงห้องนอน  “ฉันมันเป็นคนประเภทขี้รำคาญ ฉันไม่มีทางจะสวมเสื้อสีสันสดๆเหมือนหลอดไฟนีออนหรอกนะ หรืออะไรก็ตามที่เป็นสีชมพูน่ะ ไม่มีทาง ….”   เธอบอก เมื่อได้เห็นเธอในชุดเก๋ๆ แปลกๆ ล้ำๆ ไปงานพรมแดง หลายๆ ครั้งที่ผ่านมา และเมื่อถามว่าเสื้อตัวนี้เป็นของใคร เธอก็ไม่รู้หรอก ดูจากป้ายเสื้อ  บอกว่าเป็นของ Born Famous Couture  เธอทำท่าเขินๆ ก่อนจะบอกว่า “ฉันไม่ได้เป็นคนซื้อมันนะ .. สาบานได้เลย”

Kristen เป็นผู้หญิงที่ชอบสวมกางเกง  ขณะเดียวกันเธอก็มีความเป็นผู้หญิงที่ชอบชุดของ Chanel ด้วยเหมือนกัน  ชุดในฝันของเธอนั้นเป็นชุดสูทของ Brooks Brothers   เมื่อไหร่ที่เธอต้องใส่เดรสไปงาน มันก็จะต้องมีของตกแต่งเป็นโลหะเล็กๆน้อยๆ หรือ เป็นชุดเก๋ๆ ของ Rock & Republic ทีเธอสวมไปงาน TCA เ มื่อต้นเดือนสิงหาคม  “ทุกคนพากัน… เมาท์ว่า ดูชุดกระโปรงหนามของเธอสิ”  Kristen เล่ายิ้มๆ   “แล้วฉันก็แบบว่า … แหมอยากจะบอกว่า … นี่ดูเหมือนกระโปรงหนามเหรอ ?  นี่มันกระสุนต่างหากล่ะ ยัยโง่”  (ha ha ha จริงๆแล้ว Kristen ไม่ได้พูดว่า  ยัยโง่  หรอก แรงกว่านั้นเยอะ ‘Mother Fucker’ เลยทีเดียว /ppompam)   “คนมักจะคิดว่าฉันน่ะเป็นพวกหัวกบฏพยายามจะแหกกฏ  แต่นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำเลยล่ะ  …. แต่ฉันก็คงเกลียดตัวเองน่าดู ถ้าฉันจะต้องพยายามทำให้คนพวกนั้นพอใจในตัวฉัน ฉันก็เป็นตัวของฉันเองแบบนี้… มันก็ โอเค แล้ว”


Rob : Kristen ไม่ใช่คนเรื่อยๆ ผลัดวันประกันพรุ่ง …. เธอเป็นคนที่ยึดมั่นกับเป้าหมาย  และนั่นเป็นเรื่องยากที่จะทำ”  Rob คิดเสมอว่าเธอเป็นนักแสดงที่เก่งกว่าเขา     “ผมไม่รู้นะว่าจริงๆแล้วจะต้องแสดงยังไง  ผมมันประเภทเดามันไปเรื่อยน่ะ  เดาไปทุกอย่าง ถึงแม้ว่าผมจะหากรอบความคิด หาคอนเซ็บท์ได้ก็ตาม  แต่ Kristen เธอสามารถทำได้”  Rob ยังบอกอีกว่า  Kristen มองและอ่านคนได้ขาดกว่าเขา   “เธอสามารถตัดสินคนว่าเขาเป็นคนอย่างไรได้อย่างรวดเร็วกว่าผมมากนัก เธอเป็นคนที่มีความนับถือตัวเองมากกว่าที่ผมเป็น  เธอแบบ… ประมาณว่า …. คุณน่ะ  แ_่ง งี่เง่า ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว …. ส่วนผมน่ะเหรอ ผมก็เหมือน … ผมก็งี่เง่าด้วยเหมือนกัน…. ดังนั้น ผมจะต้องคุยเรื่องโง่ๆ ปัญญาอ่อน ไปสักสามวันก่อน ถึงจะค่อยคิดตัดสินอะไรได้”


.

 photo tout-est-bien-qui-finit-bien.jpg

/

แม้ว่า Rob จะหล่อลากเสียขนาดนี้  แต่โดยส่วนตัวแล้วเขามองเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง ก็ในระหว่างการสัมภาษณ์นี้เขาก็ว่าตัวเองอีเดียต งี่เง่า นับได้ประมาณครึ่งโหล  แล้วเขายังยืนยันอีกว่า เขาไม่เคยหักอกสาวคนไหนเลย มีแต่ผู้หญิงทิ้งเขาไปก่อนทั้งนั้น   “ประมาณว่า ท้ายที่สุดแล้ว พวกผู้หญิงก็รู้ว่า มันไม่มีดีอะไรขึ้นมาที่อยู่กับผม  ผมน่ะ … บ้าปัญญาอ่อน  !!”


ที่มุมห้องนอนของ Rob มีกล่อง วางอยู่หลายกล่อง   “ทั้งหมดนั่นน่ะ เป็นเสื้อผ้า ที่ยังไม่ได้ซักจาก นิวยอร์ค”  เขาบอกอายๆ   “ผมไม่ได้ซักเสิ้อผ้าเลยตลอดระยะเวลาที่ผมอยู่ที่นั่น  (สองเดือนเชียวนะ โรเบิร์ต ??) ผมก็แค่ยัดมันทั้งหมดลงกล่องแล้วก็ส่งมาที่นี่”  และเมื่อเขาใช้เสื้อผ้าที่ซักแล้วหมดตู้ เขาก็ขโมยถุงเท้าและชุดชั้นในจากกองถ่าย  Laura คนสัมภาษณ์ เจอ ก้อนอะไรก็ไม่รู้อยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตที่ Rob ให้เธอยืมใส่กันหนาว  เพราะเขาก็ชวนเธอออกมานั่งคุยที่ระเบียงห้อง  เมื่อเธอคลี่มันออกมา มันก็คือ ถุงเท้าสีดำหนึ่งคู่  “โอววว … พระเจ้า !!!”  แล้วเขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น  “เห็นมั้ยล่ะ … บอกแล้วผมน่ะขี้ขโมย”


ชื่อเสียงความโด่งดัง จู่โจม Rob อย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะจัดการกับตัวเองและข้าวของได้ทัน  ของทั้งหมดในห้องของเขาจึงมี แค่ กีต้าร์ สองตัว กับกล่องแว่นตา Ray-Bans เยอะมากกก  “คุณอยากได้สักอันมั้ยล่ะ”  แล้วเขาก็เอามาใส่ในมือของ Laura   “ผมมีอยู่ 16 อัน”  อย่างน้อยนี่ก็เป็นการเตรียมตัวของเขากับการจะต้องสู้กับแสง สปอตไลท์  เขาหัวเราะ แล้วบอกว่า  “พ่อผมบอกว่าเขาชื่นชอบที่ผมเป็นแบบนี้”


.

 photo KristenStewart005241HarpersBazarphotoshoot2009.jpg

/
.

จากการที่มีพวก tabloid ลงข่าวให้ลือกันว่า ทั้งคู่หมั้นกัน แล้วก็เรียกแทนตัวเองกันว่า สามี – ภรรยา ในกองถ่าย Eclipse  ทาง HB ก็เลยให้พวกเขาเล่นเกมส์ ตอบคำถามอย่างเช่น…….


ใครใช้เวลากับผมตัวเองมากกว่ากัน ?

Kristen :  Rob

Rob : ผมเป็นคนประหลาด ที่จะรักษาระยะห่างของเรื่องส่วนตัวไว้น่ะ   คือ ผมทนไม่ได้ที่ผู้คน —- อืมมมม ผมจะทำทรงอะไรก็ได้ ที่ไม่ต้องมาแก้ มาแต่งมาเติมกันใหม่น่ะ


ความรู้สึกเกี่ยวกับการแข่งขัน :

Kristen : Rob เขาเหมือนเป็นเด็กๆ ในทุกรูปแบบของชีวิตเขาเลยล่ะ  เขาจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ถ้าเขาชนะอะไรสักอย่าง เขาพูดราวกับเป็นเด็กห้าขวบอย่างนั้นแหละ

Rob : ผมจะพูดเรียบๆ อย่างใจเย็น …. เธอว่าผมแบบนั้นเหรอ?  จริงๆอ่ะ ? เวลาผมชนะอะไรสักอย่าง….. ผมจะเหมือน….แบบว่า…. (Laura : เป็นจริงอย่างที่ Kristen บอกเลยล่ะ เขาทำเสียงยังกับเด็กห้าขวบจริงๆด้วย  ha ha)


ความแข็งแรง : ทางด้านกีฬา ?

Kristen : ข้อนี้ฉันขอรับไว้เองเลย  Rob น่ะ กระโดดเชือกยังยากเลย  ฉันจะเรียกเขาว่า “Flippy”  เพราะเวลาเขาซ้อมบทกับสตันท์ เขาก็คอยแต่จะลื่นล้มอยู่หงายหลังอยู่นั่นแหละ  (Kristen ทำท่าเดินเหมือนกับนกเพนกวินให้ดู)  แล้วเวลาเขาพยามยามจะวิ่งนะ …. โอ้ววว พระเจ้า !!!

Rob :  Kristen  สิ  คุณเองก็ดูรู้ได้จากในหนัง เธอดูเป็นนักกีฬามากกว่าผม แล้วผมก็แค่ถูกสมมติบทบาทให้เป็น Superhero น่ะ


หลงตัวเอง — Egotistical ?

Kristen :  ฉันคงต้องบอกว่า เขา นั่นแหละ  ที่จริงฉันก็หวังว่าเขาจะตอบว่าตัวเขาเองด้วยนะ  ก็ทุกครั้งที่เขาส่องกระจกแล้วก็เสยผมอยู่นั่นแหละ อันที่จริงเขาแทบจะเป็นจะตายอยู่แล้วกับทรงผมของเขาน่ะ — เขาคงรู้นะว่านี่ ฉันกำลังแอบเมาท์เขาอยู่น่ะ

Rob : ผมว่าน่าจะพอๆกันนะ เราสองคนเป็นพวกภูมิใจในตัวเองน่ะ  Ego ของ Kristen น่ะ แรงกว่าผมอีกนะ แต่ของผมมันเห็นชัด มันก็เลยดูตลก ขำๆ  ความหลงตัวเองของผมน่ะ มันเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ แต่ที่เห็นได้หลักๆ ……  ก็เวลาที่มันเหมือนกับว่า…… บางทีผมแค่ทักทายตามปกติ แต่มันกลับเหมือนกับว่า … ว้าววว  ผมนี่เจ๋งว่ะ
/

ใคร  กูเกิล Googles  ชื่อตัวเองมากกว่ากัน ?

Kristen :  Rob!!

Rob : เธอจะต้องบอกว่าเป็นผมแน่ๆ เลย แต่ผมคิดว่าเธอนะ  ถ้าเราคนใดคนหนึ่งจับได้ว่าอีกคนกำลัง กูเกิลอยู่ เราสองคนก็จะ ประมาณว่า … พระเจ้า.. นั่นคุณกำลังดูอะไรอยู่น่ะ ?  แล้วอีกคนที่ก็จะแกล้งทำเป็นกำลังพิมพ์ข้อความในมือถือ   ก็ผมน่ะเช็คข่าวของผมมากกว่าที่เธอทำ มันก็เลยโดนจับได้ง่ายๆอย่างไม่น่าเชื่อ ผมน่ะคิดว่าเธอก็แค่ดูรูปตัวเองในมือถือมากกว่านะ


ใครเป็นนักดนตรีที่เก่งกว่า ?

Kristen :  Rob เขาเป็นนักร้องที่เยี่ยมมากๆ ทำเอาแทบละลายเลยล่ะ


ใครออกไปไหนมาไหนมากกว่ากัน ?

Rob : แต่ก่อนน่ะ ผม แต่ก็ไม่มากมายอะไร  เดี๋ยวนี้ Kristen ก็ออกไปข้างนอกมากขึ้นแล้วนะ


/

 photo ils-sont-tellement-sexy-tous-les-deux.jpg

/

ใครมีน้ำใจนักกีฬามากกว่ากัน ?

Kristen : ใครที่สามารถอดทนได้มากกว่า ? แน่นอนว่าคือฉันเอง เขาน่ะอ่อนไหวมาก เขามี อัตตา มึความมั่นใจในตัวที่ค่อนข้างเปราะบางน่ะ


ใครเชื่อถือโชคลาง หรืออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้ ?

Kristen : Rob  เขาเป็นพวกขี้ระแวง วิตกจริตเล็กๆน่ะ  นั่นทำให้เขายิ่งเชื่อเรื่องโชคลางมากขึ้นไปอีก

Rob :  ผมเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรม กรรมเป็นผลของการกระทำ ผมเชื่อมาก เหมือนกับว่า เมื่อชีวิตผมลงเอยด้วยเรื่องเรื่องแย่ๆ ร้ายๆ  ผมก็จะคิดว่า นั่นมันเป็นกรรมของผม เป็นโชคชะตาน่ะ   แต่ผมคิดว่า ผมน่ะปัญญาอ่อน มากกว่าการเชื่อเรื่องโชคลางนะ


แต่บางที ทั้งคู่อาจเป็นโรคหวาดระแวงนิดหน่อย  เพราะจะอย่างไรทั้งคู่ก็คงอยู่แต่กับบ้านตามปกติเท่าที่พวกเขาจะทำได้  จนกว่าจะถึงวันเปิดตัว New Moon ในวันที่ 20 พ.ย.  แต่ในระหว่างนั้น   CNN ก็คงรายงานข่าวเมื่อไหร่ก็ตามที่  Rob ไปตัดผมใหม่ หรือสาวๆ อาจจะโวยวายเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อ เห็นว่า Kristen ไม่ใส่เสื้อเกาะอกสีชมพู แถมยังมาคว้าหนุ่มในฝันของพวกหล่อนไปครองเสียอีกแน่ะ  ทั้งสองคนจินตนาการเอาไว้ว่าพวกเขาจะทำอะไรกันบ้างถ้าไม่มีใครมองเห็นพวกเขา  

Rob : ผมอยากจะพูดอะไรสักอย่างที่ฟังดูแล้วมันดูดี กินใจน่ะ  แต่ผมว่าผมคงไปแอบดูแอบฟังว่าคนอื่นๆเค้าคิดยังงัยกับผมเสียมากกว่า — และหลังจากนั้นผมก็จะเกลียดพวกเขาไปเลย 

ส่วน Kristen บอกสั้นๆ ว่า “ฉันจะออกไปเดินเล่น”

.

11 ข้อที่ควรรู้ เกี่ยวกับ Rob & Kristen


Rob :  การขับรถ

“พ่อของผมเป็นตัวแทนขายรถ แต่ผมเติบโตในลอนดอน  ดังนั้นผมก็เลยบอกกับคนอื่นอยู่ตลอดเวลาว่า ผมไม่ขับรถหรอกนะ …… เมื่อผมต้องขับรถ ผมไปเรียนขับรถที่ Oregon ในช่วงที่ถ่ายทำ Twilight  แล้วผมก็กลับมาซื้อรถที่ L.A   โดยมากแล้วผมเรียนรู้การขับรถจากคนที่บีบแตรไล่ผมบนถนนนั่นแหละ  ผมขับรถแย่มากๆเลยล่ะ”


Kristen : เกี่ยวกับ แมว และ หมา

ถ้าสามารถกลายเป็นสัตว์ เธออยากจะเป็น แมว  “ก็แมวน่ะ ถ้าคุณเรียก — มานี่สิ เหมียว เหมียว — มันก็จะยืนอยู่ตรงนั้นแหละ ทำท่าเหมือนจะบอกว่า —เรียกไปสิ  ช่างแ_่ง… ฉันไม่สน”


Rob : กับการซักเสื้อผ้า

“ตอนที่ผมอยู่ที่ลอนดอน การซักผ้ามันเหมือนกับงานใหญ่ประจำปีเลยทีเดียว  ผมกับเพื่อนร่วมห้อง มีจักรยาน BMX แล้วเราก็ปั่นกันไปคนละคัน  พร้อมกับแบกถุงผ้าเหม็นเน่าใบยักษ์ ไปด้วย” 

— ใน HB ไม่ได้บอกว่าปั่นเอาผ้าไปซักที่ไหน ป้าบอกแทนนะคะ ว่าเอากลับไปซักที่บ้านค่ะ — พอกันเลยสองคน Kristen จะกลับบ้านเมื่ออาหารในตู้เย็นหมด ส่วน Rob จะกลับบ้านเมื่อไม่มีเสื้อผ้าจะใส่  เฮ้ออออ !!! /ppompam


Kristen : กับเสื้อผ้าผู้ชาย

“ฉันคิดว่า มันเซ็กซี่ดีออก ที่ผู้หญิงแต่งตัวทรงหลวมๆ สีดำ พอดีตัวแต่หลวมนิดๆ …. เวลาฉันเห็นเสื้อผ้าของดีไซเนอร์ที่ Rob ใส่อยู่ ฉันก็แบบว่า….เฮ้ย!!  ฉันอยากได้กางเกงตัวนั้นจัง !!”


Rob : การเป็นคนที่ไม่มีใครรู้จัก

“ก็ประมาณว่า ผมอยากขอให้ไม่มีใครรู้จักผม ผมจะได้โกหกใครๆ ได้ว่าผมเป็นคนเขียนคำปราศรัย ให้กับ โอบามา เรื่องนี้ผมเคยพูดไปแล้วก่อน twilight  แล้วต่อมาพอโอบามา ได้รับตำแหน่ง เขาก็เลยเลือกนักเขียนรุ่นใหม่พวกนี้ขึ้นมา  ผมรู้มาว่า Jon Favreau คนนี้ — ไม่ใช่ Jon Favreau คนที่เป็นนักแสดงนะครับ — นักเขียนหนุ่มคนนี้ แหละที่เขียนให้คำปราศรัยให้เขา  และผมก็รู้สึกว่า –ว้าววว… อยากรู้จริงว่าถ้าคนที่คิดว่าผมโกหกน่ะรู้เข้า พวกเขาก็คงจะแบบว่า —พระเจ้าช่วย !!!  เด็กผู้ชายที่เมาอยู่ในผับคนนั้น  เป็นคนเขียน ร่างกฏหมายสุขอนามัย จริงๆ น่ะเหรอ !!!”


Kristen : กับส่วนสูง

“ฉันสูง 5’6″   ฉันรู้สึกว่า ฉันควรสูงกว่านี้น่ะ ฉันว่าฉันตัวเล็กกว่าความสูงที่ฉันอยากให้เป็นน่ะ  ฉันควรจะสูงสัก 5’10″  ถ้าสูงได้ 5’10″ จะยอดมากๆเลยล่ะ”


Rob : กับการใช้เงิน

“ผมไม่ได้ใช้เงินซื้อหาอะไร สิ่งเดียวที่ผมซื้อก็คือรถยนต์ ราคา $ 1,500 (BMW เปิดประทุนสีดำรุ่นเก่า ราคา คูณด้วย 34 บาท /ppompam)  แล้วมันก็เอาแต่ส่งเสียงดังอย่างกับจะระเบิด คงจะดีมากถ้าผมได้ซื้อบ้านให้พ่อกับแม่  แต่ว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้พวกท่านก็สุขสบายกับที่ที่ท่านอยู่ดีอยู่แล้ว  พวกท่านอาจจะรู้สึกเป็นห่วงผม ที่ผมใส่เสื้อซ้ำๆอยู่ได้ทุกวัน และสิ่งเดียวที่ผมหมดเงินไปกับมันเยอะมากๆ ก็คือ ค่า DVD”


Kristen : กับงานการแสดง

“ฉันรู้สึกกังวลกับทุกๆงานที่ทำ  ถ้าฉันไม่ห่วง หรือเป็นกังวลกับมัน ฉันก็ไม่ควรจะทำงานนั้น”


Rob : กับการถ่ายแบบ

“ช่วงเวลาที่งานเข้าเยอะที่สุดคือ ตอนผมอายุ 12 มีรูปของผมจากตอนนั้นเยอะมากๆ  ซึ่งมันดูประหลาดๆเหลือรับจริงๆ”


Kristen : กับการทำเบเกอรี่

“ฉันทำพายได้อร่อยมากๆ…. แอปเปิ้ลพาย —นั่นน่ะสุดยอดเลยล่ะ”


Rob : กับการเต้นรำ

เขาบอกว่า การเต้นรำทำให้กังวลจนประหม่า — “ผมเคยเต้นได้ดีมากๆเลยนะ  แต่หลังจากนั้น คงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นกับสมองของผมน่ะ”


/

 photo hb-34.jpg

/

 

  แปลจบแล้ว ยังย้อนกลับไปอ่านแล้วอ่านอีกอยู่เลย —- มีความสุขจริงๆเลยค่ะ



Source Harper’s Bazaar

TRANSLATION : ppompam


.

.

Share

Comments (28)

ขอบคุณพี่แพมค่ะ ^^
กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด มีความสุขมากกกกกกกกกกกกกกกกกค่ะ อิอิ ยิ้มมมมมมมมมมมมแล้วก็หัวเราะตลอดเลยค่ะ ไปอ่านอีกรอบค่า อิอิ กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด รัก robsten จริงๆ ค่า ^^

ขอบคุณพี่แพมค่าาาาาาาาาาาาาาาาา

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ขอบคุณค่ะ ท่านเจ้าบ้าน

อ่านไปยิ้มไป…ท่าจะบ้าแล้วเรา..555

น่ารักติงต๊องจังเลยคู่นี้

กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ทั้งหวาน ทั้งน่ารักกกค้า ฮาด้วยย อิอิ

อ่านไปขำไป มีความสุขมากๆๆเลย

ขนาดสัมภาษณ์ทีละคน ยังเหมือนนั่งอยู่ด้วยกันจริงๆๆด้วยค่ะ

รักกกก Robsten ที่สุดเลยยย

ขอบคุณพี่แพมมากๆๆๆค่า ^^

น่ารักที่สุดเลยค่ะคู่นี้ อ่านๆไปแล้วรู้สึกยังกะ
ทั้งคู่นั่งอยู่ด้วยกันเลยค่ะ ยิ้มแก้มแทบแตก
จริงๆๆด้วยค่ะ มีความสุขจังเลยยยย^o^

ขอบคุณพี่แพมมากค่ะ

น่าร๊ากกกกกกกกกกกก เอิ๊กๆ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ชอบบทสัมภาษณ์นี้สุดๆ เหมือนเค้านั่งอยู่ด้วยกันจริงๆเนอะ

อ่านไปก็ขำไป 555 ฮาทั้งคู่

ขำกลิ้งเลยที่คริสอยากเป็นแมว ช่างเป็นตัวเธอจริงๆ “ช่างแ่-ง… ไม่สน”

ร็อบนี่ดูเด็กกว่าคริสเยอะเลยเนอะ ดูบ๊องๆ น่ารักอ่า คริสคงจะแอบเอ็นดู อิอิ

ขอบคุณพี่แพมมากนะคะที่แปลมาให้อ่านกัน อ่านเองแล้วแปลได้ไม่หมด

มีความสุขจังเลย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ขอบคุณพี่แพมมากค่ะ

นั่งอ่านไปยิ้มไป

น่ารักจริงๆ เลยคู่นี้~~

ขอบคุณสำหรับการแปลของพี่แพม

และหาอะไรดีๆมาให้พวกเราอานเสมอค่ะ

ขอหลบไปกรี๊ดก่อนนะค่ะ

น่ารักจริง ๆๆ ด้วยค่ะ … คู่นี้ นี่ล่ะมั้งที่ทำให้เค้ารักกันได้ ความต่างของทั้งคู่นั่นแหละค่ะ rob เหมือนเด็ก ๆๆ – แต่ krit ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า .. rob คงจะชอบผู้หญิงแบบนี้ ที่ไม่ต้องง็องแง้งมาก …

แต่ฮาได้ใจค่ะ โถ edward .. ผู้เก่งกล้าว่องไว .. ตัวจริงต้องบอกว่ามีปัญหากับการทรงตัวนี่นา … ( จริง ๆ ต้องเป็น bella นะ )

แหม๋แล้วเรื่องโรแมนติก .. ถ้าเค้าไม่ได้สัมผัสหรืออยู่ด้วยกัน .. จะตอบได้ไงจริงป่ะ ( กิ๊วก๊าววววววว ) … แสดงว่าเรียบร้อยไปนานแล้ว 5555555 ( อย่าคิดลึกนะ หมายถึงเป็นแฟนมานานแล้ว ) 5555555 กรี๊ดปิดท้ายสักกะหน่อย กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

อ่านไปยิ้มไปไม่หุบเลยจริงๆ ค่ะ

เป็นสัมภาษณ์ที่สบายๆ และโรแมนติควี้ดวิ๊วมากมาย
แต่ละคนรู้และเข้าจัยซึ่งกันและกันดีมากกกกกกก
ถึงไม่บอกว่าคบกาน แต่จากสัมภาษณ์ก้อบ่องบอกชัดเจนในตัวอยู่แล้ว

ขอบคุณมากนะคะพี่แพมมมม มีความสุขอ่า..อิอิ

ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ดีๆ

ที่พี่แพมสละเวลาแปลมาให้ชาว Robsten ได้อ่านกันนะคะ

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

robsten น่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

อ่านไป ยิ้มไป และบางช่วง ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาก 5 5 5

คำถาม ที่ถามน้องคริส คำตอบที่ได้จากน้องคริส ก็คือ ROB เสมอ

——————-

รู้แล้วว่าน้องคริส หลงรักร๊อบ ก็เพราะ ร๊อบชี้ขโมย 5 5 5

ม่ายช่าย ล้อเล่น ก็เพราะ

——————–

ใครเป็นนักดนตรีที่เก่งกว่า ?

Kristen : ” Rob เขาเป็นนักร้องที่เยี่ยมมากๆ ทำเอาแทบละลายเลยล่ะ “

——————- ฮ้าว..วว..ฮิ้ว..วว.วว.วว

ขอบคุณน้องแพมค่ะ ที่แปลมาให้อ่าน ( หลายรอบเลยล่ะ!! )

SAVE เรียบร้อยค่ะ หุหุหุ เก็บไว้อ่าน

ขอบคุณพี่แพมที่น่ารักกับการแปลข่าวน่ารัก น่ารักอีกแล้วววววว

จากการทายนะ ร็อบคงจะประมาณว่าทำอะไรให้คริสได้ดุบ่อยแน่เลย

แต่ดีใจที่ RobSten รักและเข้าใจกันเสมอมา และอยากให้ตลอดไป

กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

น่ารักจังเลยค่าาาาาาคู่นี้

เหมือนนั่งสัมภาษณ์อยู่ด้วยกันจริงๆเลย 55

เรื่องโรเเมนติกเนี่ย ไม่อยู่ด้วยกันจะไปรู้ได้ยังไง

เเต่สองคนนี้ตอบได้เลย อิอิ

โอ๊ย กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆ

ยิ้มๆๆ ค่าาาาาาาาาาาาา ^^

ขอบคุณพี่เเพมน้าค้า :’]

” ประมาณว่า ท้ายที่สุดแล้ว พวกผู้หญิงก็รู้ว่า มันไม่มีดีอะไรขึ้นมาที่อยู่กับผม ผมน่ะ … บ้าปัญญาอ่อน !!! “

อย่างพิสูจน์จังงงง กรี๊ดดดดดดดด

ขอบคุณค่าพี่แพม อ่านแล้วยิ้มตามไปด้วย ชอบคริสมากขึ้นอีกเยอะเลย แอบรู้สึกว่าทำไมผู้หญิงคนนี่นิสัยออกจะคล้ายๆเราเลยนิดๆน๊า ตรงที่ไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไรประมาณว่า ช้านคิดไงก็พูดงั้น จะแต่งตัวแบบไหนก็เรื่องของช้าน อิอิ น่ารักจัง

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด้วยคนค่า ถึงจะช้าไปหน่อย ว้าวร็อบเป็นนักร้องที่เยี่ยมมากๆทำเอาแทบละลายเลยหรอจ๊ะคริสสสสสส

ขอบคุณพี่แพมมากนะค่ะ ที่แปลมาให้อ่านกันน
น่ารักกันทั้งคู่เรยย
การแต่งตัวของตริสน่ารักจะตายย ใครกล้ามาว่าเนี่ยยย555

กรี๊ดดดดด กับความน่ารักของคู่นี้จริงๆๆๆๆ เล้ยยย
ขอบคุณพี่แพมมากค่า

วันนี้กลับมาอ่านอีกรอบค่ะ
แต่ความรู้สึกยังเหมือนเวลา
ที่อ่านครั้งแรกเลยค่ะ^^
มีความสุขทุกครั้งที่ได้อ่านค่ะ

ขอบคุณพี่แพมมากค่ะ^^

อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ อ่านรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รุ้…..
ขอบคุณค่ะพี่แพม.

อ่านไปยิ้มไป ตอบ กวน ๆ น่ารักดี~ ขอบคุณพี่แพมย้อนหลังคะ~

ทั้งสองคนสัมภาษณ์ได้น่ารักมากเลยคะพี่แพม

เมื่อก่อนเข้ามาอ่านแบบมีความสุข แต่เวลานี้อ่านไปภาวนาไปด้วย ขอให้สองหนุ่มสาวจงหนักแน่นและก้าวผ่านช่วงเวลาวิบากกรรมอันนี้ไปด้วยกัน โชคชะตาก็อย่าโหดร้ายกับสองหนุ่มสาวที่จิตใจดีงามนักเลย เมื่อกำหนดมาให้เค้าได้เจอกันแล้วก็ควรกำหนดให้เค้าได้ครองคู่กันด้วยเถอะนะคะ ขอบคุณค่ะคุณแพม

ตามมาจากlink ที่เอาไปแปะไว้
น่ารักมากมายจริงๆ^^

Post a comment

This site is protected by WP-CopyRightPro